Siam Ready

ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงโรคจริงหรือ? ไขข้อข้องใจพฤติกรรมการดื่มน้ำที่ส่งผลต่อสุขภาพ

อ่าน ~4 นาที 0 เข้าชม
ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงโรคจริงหรือ? ไขข้อข้องใจพฤติกรรมการดื่มน้ำที่ส่งผลต่อสุขภาพ
โฆษณา
โฆษณาแทรกในเนื้อหาข่าว
ดูรายละเอียด 728x90
ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงโรคจริงหรือ? ไขข้อข้องใจพฤติกรรมการดื่มน้ำที่ส่งผลต่อสุขภาพ

หลายคนอาจมีความกังวลว่าการดื่มน้ำน้อยจะเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมการดื่มน้ำที่ไม่เหมาะสมต่างหากที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะการหันไปดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงแทนน้ำเปล่าเป็นเวลานาน ซึ่งจะนำไปสู่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง อันเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ในที่สุด

สัญญาณเตือนเมื่อร่างกายขาดน้ำ

ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำประมาณ 50-60% ของน้ำหนักตัว การรักษาสมดุลของน้ำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของระบบต่างๆ หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ มักจะมีสัญญาณเตือน ได้แก่ รู้สึกกระหายน้ำ ปากแห้ง อ่อนเพลีย มึนศีรษะ ง่วงซึม หรือรู้สึกไม่สดชื่น อีกทั้งปัสสาวะจะมีสีเข้มและมีกลิ่นฉุน

วิธีสังเกตความเพียงพอของน้ำที่ง่ายที่สุดคือการดูสีของปัสสาวะ หากเป็นสีเหลืองอ่อนแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ แต่หากเป็นสีเหลืองเข้มหรือเข้มมาก ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้น

หลักการดื่มน้ำที่ถูกต้อง

การดื่มน้ำควรแบ่งดื่มตลอดทั้งวัน ไม่ควรดื่มรวดเดียวในปริมาณมากเกินไป เพราะร่างกายอาจขับน้ำส่วนเกินออกไม่ทัน และอาจส่งผลเสียต่อสมดุลเกลือแร่ในร่างกายได้ นอกจากนี้ ไม่ควรฝืนดื่มจนเกินความจำเป็น เพราะปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป

สำหรับกรณีที่เสียเหงื่อมาก เช่น ออกกำลังกายหนัก ทำงานกลางแจ้ง หรือมีอาการท้องเสีย ควรดื่มน้ำและเกลือแร่เพื่อทดแทนสิ่งที่สูญเสียไป

เครื่องดื่มอื่นทดแทนน้ำเปล่าได้หรือไม่?

  • ชาและกาแฟ: สามารถนับเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณน้ำที่ได้รับได้ หากไม่เติมน้ำตาล เนื่องจากมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก และคาเฟอีนในปริมาณปกติไม่ได้ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างมีนัยสำคัญ
  • น้ำผลไม้: แม้จะมีวิตามิน แต่ส่วนใหญ่มักมีน้ำตาลสูงและขาดใยอาหารเมื่อเทียบกับการทานผลไม้สด จึงไม่แนะนำให้ดื่มแทนน้ำเปล่าในชีวิตประจำวัน
  • น้ำอัดลมและเครื่องดื่มหวาน: ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เนื่องจากสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน ไขมันพอกตับ และโรคหัวใจ
  • เครื่องดื่มเกลือแร่: เหมาะสำหรับผู้ที่เสียเหงื่อมากจากการออกกำลังกายหนักเท่านั้น ไม่จำเป็นสำหรับคนทั่วไปที่ใช้ชีวิตปกติ เพราะอาจได้รับโซเดียมและน้ำตาลเกินความจำเป็น
  • น้ำแร่และโซดา: สามารถดื่มแทนน้ำเปล่าได้ แต่สำหรับน้ำโซดาบางท่านอาจมีอาการท้องอืดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สรุปได้ว่า น้ำเปล่า ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากไม่มีแคลอรีและไม่มีน้ำตาล หากรู้สึกว่าดื่มน้ำเปล่ายาก อาจเพิ่มความน่าสนใจด้วยการฝานผลไม้สดหรือมะนาวลงไป เพื่อให้การดื่มน้ำเป็นเรื่องที่ง่ายและสดชื่นขึ้น

ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงโรคจริงหรือ? ไขข้อข้องใจพฤติกรรมการดื่มน้ำที่ส่งผลต่อสุขภาพ
ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงโรคจริงหรือ? ไขข้อข้องใจพฤติกรรมการดื่มน้ำที่ส่งผลต่อสุขภาพ
ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงโรคจริงหรือ? ไขข้อข้องใจพฤติกรรมการดื่มน้ำที่ส่งผลต่อสุขภาพ
โฆษณา
แบนเนอร์ท้ายบทความ ครอบคลุมทุกสายตา
ดูรายละเอียด 970x250

ข่าวที่เกี่ยวข้อง