หน้าร้อนต้องระวัง! 2 เครื่องดื่มทำผิวไวแสง พร้อม 8 อาหารตัวช่วยเสริมเกราะป้องกันแดด

ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดและแสงแดดรุนแรง หลายคนมักมองหาวิธีปกป้องผิวพรรณจากการถูกรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ทำร้าย ซึ่งนอกเหนือจากการทาครีมกันแดดชนิด Broad-spectrum ที่มีค่า SPF เหมาะสมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องอาหารและเครื่องดื่มบางประเภทที่อาจส่งผลต่อความไวของผิวต่อแสงแดดได้
เครื่องดื่มที่ควรระวัง: ปัจจัยที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
ผลไม้ตระกูลส้ม อาทิ มะนาว ส้มแมนดาริน ส้มทั่วไป และเกรปฟรุต แม้จะเป็นแหล่งวิตามินซีชั้นดี แต่ก็มีสารธรรมชาติกลุ่มพโซราเลน (Psoralens) และฟูโรคูมาริน (Furocoumarins) ซึ่งมีรายงานว่าอาจทำให้ผิวมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้น นอกจากนี้ ขึ้นฉ่าย ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องระวัง โดยเฉพาะการนำมาคั้นเป็นน้ำดื่มเข้มข้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับสารพโซราเลนในปริมาณสูง งานวิจัยในวารสาร Journal of Investigative Dermatology ระบุว่า การได้รับสารดังกล่าวร่วมกับรังสี UVA อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดที่ไม่ใช่เมลาโนมาได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้รับประทานเป็นผักสดหรือส่วนประกอบในอาหารแทนการดื่มน้ำคั้น
8 อาหารเสริมเกราะป้องกันผิวจากรังสี UV
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวรับมือกับแสงแดดได้ดีขึ้น มีอาหารหลายชนิดที่ได้รับการศึกษาวิจัยว่ามีส่วนช่วย ดังนี้:
- มะเขือเทศ: อุดมด้วยไลโคปีนและลูทีน ช่วยให้ผิวรับมือกับรังสี UV ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อปรุงร่วมกับน้ำมันมะกอกจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดียิ่งขึ้น
- แตงโม: มีไลโคปีนสูงกว่ามะเขือเทศในปริมาณเท่ากันถึง 40% โดยเฉพาะในเนื้อสีแดงเข้ม ช่วยเติมน้ำให้ร่างกายและบำรุงผิว
- องุ่น: การรับประทานผงองุ่นช่วยให้ผิวทนต่อรังสี UV ได้ดีขึ้นเล็กน้อย (เทียบเท่า SPF 2) และลดความเสียหายของ DNA ในเซลล์ผิว
- ออริกาโน: สมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดผลกระทบจากอนุมูลอิสระในร่างกาย
- ชาเขียว: มีสาร EGCG ช่วยลดการอักเสบและสนับสนุนการซ่อมแซม DNA ของผิว
- กาแฟที่มีคาเฟอีน: งานวิจัยพบความเชื่อมโยงว่าการดื่มกาแฟวันละ 4 แก้ว อาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาได้ 20% แต่ควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลและครีมเทียม
- โกโก้: ชนิดที่มีฟลาโวนอลสูงช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและความชุ่มชื้นให้ผิว
- ผลเบอร์รี่: ราสเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี และแครนเบอร์รี มีกรดเอลลาจิกที่อาจช่วยลดการอักเสบจากรังสี UV และชะลอการย่อยสลายคอลลาเจน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าอาหารเหล่านี้เป็นเพียงตัวช่วยเสริมเท่านั้น การป้องกันผิวจากแสงแดดที่ดีที่สุดยังคงเป็นการทาครีมกันแดดและการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน

