Siam Ready

เตือนภัย 'ไข้เห็บสุนัข' พบผู้ป่วยแล้ว 53 ราย เสียชีวิต 5 ราย แนะวิธีป้องกันและสังเกตอาการ

อ่าน ~4 นาที 0 เข้าชม
เตือนภัย 'ไข้เห็บสุนัข' พบผู้ป่วยแล้ว 53 ราย เสียชีวิต 5 ราย แนะวิธีป้องกันและสังเกตอาการ
โฆษณา
โฆษณาแทรกในเนื้อหาข่าว
ดูรายละเอียด 728x90
เตือนภัย 'ไข้เห็บสุนัข' พบผู้ป่วยแล้ว 53 ราย เสียชีวิต 5 ราย แนะวิธีป้องกันและสังเกตอาการ

สถานการณ์การระบาดของโรคที่รู้จักกันในชื่อ “ไข้เห็บสุนัข” กำลังเป็นที่จับตามอง หลังพบรายงานผู้ป่วยสะสมแล้ว 53 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยโรคนี้มีความเชื่อมโยงกับเห็บสุนัขสีน้ำตาลที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งสามารถนำเชื้อไวรัสมาสู่คนได้

ทำความเข้าใจโรคไข้เห็บสุนัข (SFTS)

โรคนี้ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ แต่เป็นที่รู้จักมานานกว่า 15 ปี โดยเริ่มพบรายงานครั้งแรกในประเทศจีน ก่อนจะพบการระบาดในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทยมีงานวิจัยยืนยันการพบเชื้อและผู้ป่วยแล้ว สำหรับการติดเชื้อนั้น สุนัขไม่ใช่ตัวการที่แพร่เชื้อสู่คนโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็นพาหะนำเห็บที่มีเชื้อเข้ามาใกล้ชิดกับมนุษย์ แม้สุนัขตัวนั้นจะดูปกติและไม่แสดงอาการป่วยก็ตาม

ช่องทางการติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยง

ช่องทางหลักของการติดเชื้อคือการถูกเห็บที่มีเชื้อไวรัสกัด โดยเห็บมักอาศัยอยู่ตามตัวสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า หรือตามพงหญ้าที่มีความชื้น เมื่อคนสัมผัสพื้นที่ดังกล่าว เห็บจะเกาะเสื้อผ้าและไต่ขึ้นมากัดผิวหนัง นอกจากนี้ยังพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลผู้ป่วย แต่ไม่ใช่การแพร่ผ่านอากาศ

กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เจ้าของสุนัข, สัตวแพทย์, ผู้ดูแลสัตว์, เกษตรกร, คนทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่ชอบเดินป่าหรือเข้าไปในพื้นที่รก

อาการและการวินิจฉัย

ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง เม็ดเลือดขาวต่ำ และเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโรคไข้เลือดออกหรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ทำให้การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกับการประเมินประวัติการสัมผัสเห็บ หากมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีจุดเลือดออกหลังถูกเห็บกัด ควรพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติให้ชัดเจน ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

วิธีจัดการเมื่อพบเห็บเกาะผิวหนัง

  • ใช้แหนบปลายแหลมคีบตัวเห็บให้ใกล้ผิวหนังมากที่สุด แล้วดึงขึ้นตรงๆ อย่างช้าๆ
  • ห้ามบิด กระชาก บี้ หรือบดตัวเห็บ เพราะอาจทำให้ส่วนปากขาดคาอยู่ในผิวหนังหรือเสี่ยงต่อการสัมผัสของเหลวจากตัวเห็บ
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมัน วาสลีน หรือสารเคมีราดลงบนตัวเห็บ
  • ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติในช่วง 2 สัปดาห์หลังถูกกัด

การค้นพบไวรัสชนิดใหม่ (ALTNV)

นอกจากเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของ SFTS แล้ว นักวิจัยในจีนยังพบไวรัสชนิดใหม่จากเห็บชื่อ ALTNV ซึ่งมีอาการใกล้เคียงกัน คือมีไข้ อ่อนเพลีย เกล็ดเลือดต่ำ และค่าตับผิดปกติ ปัจจุบันศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกกำลังเร่งพัฒนาวิธีตรวจเพื่อหาคำตอบว่าไวรัสชนิดใหม่นี้มีอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

เตือนภัย 'ไข้เห็บสุนัข' พบผู้ป่วยแล้ว 53 ราย เสียชีวิต 5 ราย แนะวิธีป้องกันและสังเกตอาการ
เตือนภัย 'ไข้เห็บสุนัข' พบผู้ป่วยแล้ว 53 ราย เสียชีวิต 5 ราย แนะวิธีป้องกันและสังเกตอาการ
โฆษณา
แบนเนอร์ท้ายบทความ ครอบคลุมทุกสายตา
ดูรายละเอียด 970x250

ข่าวที่เกี่ยวข้อง