แพทย์เตือนผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือด เลี่ยงกิน 'มะม่วง' เสี่ยงภาวะตกเลือดอันตราย

นพ.หวง เจี้ยนหลง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเจิ้นซิง ไต้หวัน ได้ออกมาให้คำแนะนำและเตือนภัยสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและจำเป็นต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ โดยระบุว่าควรให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารอย่างเคร่งครัด เนื่องจากอาหารบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาจนส่งผลเสียต่อร่างกาย
กลไกของยาวาร์ฟารินกับข้อควรระวังเรื่องอาหาร
คุณหมออธิบายว่า สำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดดั้งเดิมอย่าง ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) นั้น ตัวยาจำเป็นต้องผ่านกระบวนการเผาผลาญที่ตับเพื่อให้สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในระหว่างกระบวนการนี้ ยาอาจเกิดปฏิกิริยากับอาหารหลายประเภท โดยเฉพาะผักใบเขียว เห็ด และผลไม้อย่าง มะม่วง ซึ่งหากรับประทานร่วมกันอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยเกิดภาวะตกเลือดอย่างรุนแรงได้
กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้ยาวาร์ฟารินในการรักษา ได้แก่:
- ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการฟอกไต
- ผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม
ทั้งนี้ นพ.หวง เจี้ยนหลง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันมีการพัฒนายาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ๆ ออกมา ซึ่งมีข้อควรระวังเรื่องการรับประทานอาหารที่น้อยกว่ายาวาร์ฟาริน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับข้อจำกัดในการรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการรักษา

