เตือนภัยผัก 3 กลุ่มเสี่ยงปนเปื้อนสารพิษ ทำร้ายตับและระบบประสาท รู้ไว้ก่อนสาย

การรับประทานผักเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ แต่ผู้บริโภคควรเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกวัตถุดิบ เนื่องจากผักบางชนิดหรือการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่การปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะตับและระบบประสาท
อันตรายจากเชื้อราและสารอะฟลาทอกซิน
หลายคนมักมีพฤติกรรมเสียดายอาหาร โดยการตัดส่วนที่ขึ้นราออกแล้วนำส่วนที่เหลือมาปรุงอาหารต่อ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด โดยเฉพาะในผักที่มีเนื้อนิ่มหรือมีความชื้นสูง เส้นใยของเชื้อรามักแทรกซึมลึกเกินกว่าที่สายตาจะมองเห็น การตัดเพียงบางส่วนจึงไม่สามารถกำจัดสารพิษได้หมด
สารพิษที่น่ากลัวที่สุดคือ อะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นสารพิษจากเชื้อราที่มีผลโดยตรงต่อตับ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ตับจะพยายามเผาผลาญสารดังกล่าวจนเกิดเป็นสารที่ทำลายเซลล์และสารพันธุกรรม หากได้รับในปริมาณมากอาจทำให้ตับบาดเจ็บเฉียบพลัน และหากสะสมเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคตับหรือไวรัสตับอักเสบเป็นทุนเดิม
ผักกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง
- เฟิร์นกินได้: แม้จะเป็นที่นิยมในแถบเอเชีย แต่เฟิร์นบางชนิดมีสารที่เรียกว่า พทาควิโลไซด์ ซึ่งไม่แนะนำให้รับประทานบ่อยครั้ง หรือรับประทานแบบดิบโดยเด็ดขาด
- มันฝรั่งและมะเขือเทศ: มันฝรั่งที่เริ่มงอกหรือมีสีเขียว รวมถึงมะเขือเทศที่ยังไม่สุกจัด อาจมีสารกลุ่ม ไกลโคแอลคาลอยด์ ในระดับสูง ซึ่งสารนี้อาจส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย เวียนศีรษะ หรือส่งผลกระทบต่อระบบประสาทได้
แนวทางการป้องกันและข้อแนะนำ
หัวใจสำคัญคือการไม่นำพืชที่เน่าเสียหรือมีลักษณะผิดปกติมาปรุงอาหาร หากพบมันฝรั่งที่มีสีเขียวหรือมีรสขมควรทิ้งทันที ห้ามตัดเฉพาะส่วนที่งอกออกแล้วนำส่วนที่เหลือมาทาน ส่วนมะเขือเทศควรเลือกที่สุกได้ที่หรือปรุงด้วยวิธีที่เหมาะสม
การเลือกซื้อผักจากแหล่งที่เชื่อถือได้และมีความสดสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากท่านรับประทานอาหารแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรืออ่อนแรงผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันทีและรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง



