Siam Ready

เจาะลึกข้อควรระวังการดื่ม 'น้ำขิง' กับ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

•อ่าน ~4 นาที • 0 เข้าชม
เจาะลึกข้อควรระวังการดื่ม 'น้ำขิง' กับ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
โฆษณา
โฆษณาแทรกในเนื้อหาข่าว
ดูรายละเอียด 728x90
เจาะลึกข้อควรระวังการดื่ม 'น้ำขิง' กับ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

น้ำขิงถือเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน หลายคนมักเลือกดื่มน้ำขิงอุ่นๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายในช่วงเช้าหรือสภาพอากาศเย็น รวมถึงใช้เป็นตัวช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อย่างไรก็ตาม แม้ขิงจะเป็นวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารทั่วไป แต่การดื่มน้ำขิงที่มีความเข้มข้นสูงอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ข้อเท็จจริงเรื่องความเข้มข้นและผลข้างเคียง

ข้อมูลจากงานวิจัยหลายฉบับมักศึกษาการใช้ขิงในรูปแบบผง แคปซูล หรือสารสกัดที่มีการกำหนดปริมาณชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากการชงน้ำขิงดื่มเองตามบ้านที่ความเข้มข้นและปริมาณสารออกฤทธิ์อาจไม่คงที่ ทั้งนี้ ข้อมูลจาก NCCIH ระบุว่าการรับประทานขิงอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น อาการไม่สบายท้อง แสบร้อนกลางอก ท้องเสีย รวมถึงการระคายเคืองในช่องปากหรือลำคอ

4 กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

จากการศึกษาทางการแพทย์ มีกลุ่มบุคคลที่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการดื่มน้ำขิง ดังนี้:

  • ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนหรือแสบร้อนกลางอก: อาจรู้สึกไม่สบายตัวมากขึ้นหลังดื่มน้ำขิงเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าต้องงดดื่มโดยเด็ดขาด หากไม่มีอาการผิดปกติก็สามารถดื่มได้ แต่ควรหมั่นสังเกตปฏิกิริยาของร่างกาย หากมีอาการเรอเปรี้ยวหรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร ควรลดปริมาณหรือหยุดดื่ม และควรปรึกษาแพทย์หากอาการรุนแรง
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด: ผู้ที่รับประทานยาในกลุ่มวาร์ฟาริน (Warfarin), อะพิซาแบน (Apixaban), ริวารอกซาแบน (Rivaroxaban) รวมถึงยาแอสไพริน (Aspirin) และโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดี: แม้ข้อมูลทางวิชาการจะยังมีความจำกัดเกี่ยวกับผลของน้ำขิงต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ แต่ควรมีความระมัดระวังในการบริโภค
  • ผู้ที่กำลังเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัด: ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มน้ำขิงก่อนเข้ารับการรักษา

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ตามปกติ หรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ ไม่ควรพึ่งพาน้ำขิงเพียงอย่างเดียว แต่ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง นอกจากนี้ ปริมาณขิงในน้ำขิงแต่ละสูตรมีความแตกต่างกันสูง ขึ้นอยู่กับวิธีเตรียมและระยะเวลาในการต้ม จึงไม่สามารถนำปริมาณที่ใช้ในการทดลองทางคลินิกมาเทียบเคียงกับจำนวนแก้วที่ดื่มในชีวิตประจำวันได้โดยตรง

เจาะลึกข้อควรระวังการดื่ม 'น้ำขิง' กับ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
เจาะลึกข้อควรระวังการดื่ม 'น้ำขิง' กับ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
โฆษณา
แบนเนอร์ท้ายบทความ ครอบคลุมทุกสายตา
ดูรายละเอียด 970x250

ข่าวที่เกี่ยวข้อง