สาวอเมริกันแชร์อุทาหรณ์ ผ่าซิลิโคนหน้าอกพบเชื้อราสะสมเพียบ

หญิงสาวชาวอเมริกันรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “ลอเรน” ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจหรือเคยเข้ารับการเสริมหน้าอก โดยเธอเปิดเผยว่า หลังจากตัดสินใจผ่าตัดนำซิลิโคนเสริมหน้าอกออกไปเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เธอได้พบกับความผิดปกติที่น่าตกใจเมื่อตรวจสอบภายในซิลิโคนพบว่ามีเชื้อราสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก
เปิดสาเหตุการตัดสินใจผ่าตัด
ลอเรนระบุว่า การตัดสินใจนำซิลิโคนออกนั้นเกิดจากปัญหาสุขภาพที่เธอเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเธอเริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกายหลายอย่าง เช่น การเกิดลมพิษโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงมีภาวะซึมเศร้า และตรวจพบว่าตนเองมีอาการแพ้กลูเตน ซึ่งเธอเชื่อว่าอาการเหล่านี้อาจมีความเชื่อมโยงกับซิลิโคนที่ฝังอยู่ในร่างกาย โดยเธอกล่าวในวิดีโอว่า “บางคนอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องเล่าก็ได้ แต่ฉันคิดว่าเรื่องนี้อาจช่วยชีวิตใครบางคนได้”
มุมมองทางการแพทย์และข้อมูลจาก FDA
ในทางการแพทย์มีการระบุว่า เชื้อราที่อาจพบได้ในกรณีดังกล่าว ได้แก่ เชื้อราในกลุ่ม Aspergillus ซึ่งมักมีลักษณะเป็นสีดำ และเชื้อราในกลุ่ม Candida ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เคยมีกลุ่มผู้หญิงจำนวนหนึ่งออกมาตั้งข้อสังเกตว่าพวกเธอรู้สึกเหมือนร่างกาย “ถูกวางยาพิษ” จากซิลิโคนเสริมหน้าอก บางรายมีอาการน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเกิดสิวในวัยผู้ใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในรายงานปรับปรุงข้อมูลเมื่อปี 2020 ขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะยืนยันว่าซิลิโคนเสริมหน้าอกเป็นสาเหตุโดยตรงของอาการผิดปกติที่ส่งผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย แต่ทาง FDA ก็ยอมรับว่ามีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีอาการดีขึ้นหรือหายเป็นปกติหลังจากเข้ารับการผ่าตัดนำซิลิโคนออกไปแล้ว




