‘ทนายวิญญัติ’ ยื่นศาลขอคุ้มครองชั่วคราวคดีภาษีทักษิณ หวั่นซ้ำซ้อนหลังรัฐยึดไปแล้ว 4.6 หมื่นล้าน

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีภาษีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการยึดทรัพย์สินและนำออกขายทอดตลาดในระหว่างที่คดีหลักยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา
ตั้งข้อสังเกตความซ้ำซ้อนของภาษี
นายวิญญัติเปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่า 90 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงรถยนต์กันกระสุนจำนวน 2 คัน และที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับน้องสาวในจังหวัดเชียงใหม่ โดยฝ่ายผู้ร้องตั้งข้อสังเกตว่า ในอดีตรัฐได้ยึดทรัพย์สินจากการขายหุ้นไปแล้วถึง 46,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเงินที่เข้ารัฐไปแล้ว การที่กรมสรรพากรพยายามเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 17,000 ล้านบาทนั้น จึงเป็นประเด็นที่ต้องตั้งคำถามถึงความซ้ำซ้อนและความเป็นธรรมต่ออดีตนายกรัฐมนตรี
ความจำเป็นของรถยนต์กันกระสุน
ในการเบิกความต่อศาล อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ชี้แจงถึงความจำเป็นของรถยนต์กันกระสุนที่ถูกอายัดไปว่า รถยนต์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากในอดีตท่านเคยถูกลอบสังหารมาแล้วถึง 4 ครั้ง การครอบครองรถยนต์พิเศษนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการดูแลความปลอดภัยของตนเองในฐานะอดีตผู้นำประเทศ
สถานะคดีและการนัดหมายของศาล
ในส่วนของคดีหลัก ทางอัยการได้ขอขยายเวลายื่นคำให้การเป็นครั้งที่ 3 โดยกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ซึ่งทางฝ่ายทนายความไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด ทั้งนี้ ศาลได้กำหนดนัดฟังคำสั่งเรื่องการคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 และนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 21 ธันวาคม 2569
ทฤษฎีผลไม้พิษกับการสร้างความปรองดอง
นายวิญญัติยังได้กล่าวถึงประเด็น "ผลไม้พิษ" ซึ่งเป็นทฤษฎีกฎหมายที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้อ้างถึง เพื่อสื่อถึงกระบวนการยึดทรัพย์ที่ดำเนินการโดยคณะยึดอำนาจในอดีต ซึ่งมองว่าไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม พร้อมตั้งคำถามว่าในยุคที่สังคมต้องการความปรองดอง เหตุใดจึงยังคงมีการดำเนินการที่ขาดความเป็นธรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


