ปิดตำนาน 68 ปี! Yum Brands ขายกิจการ Pizza Hut มูลค่า 8.8 หมื่นล้านบาท หลังพ่ายศึกเดลิเวอรี

Yum Brands บริษัทแม่ผู้ดูแลแบรนด์ดังอย่าง KFC และ Taco Bell ได้ประกาศตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการขายกิจการ Pizza Hut ร้านพิซซ่าระดับตำนานที่มีอายุยาวนานถึง 68 ปี โดยมีมูลค่าดีลรวมประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.8 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับพอร์ตโฟลิโอและมุ่งเน้นทรัพยากรไปที่แบรนด์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงกว่า
รายละเอียดการแบ่งขายกิจการ
การซื้อขายครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
- LongRange Capital: บริษัทไพรเวทอิควิตี้จะเข้าซื้อกิจการ Pizza Hut ทั่วโลก (ยกเว้นในจีนแผ่นดินใหญ่) ด้วยมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท)
- Yum China Holdings: จะเข้าซื้อธุรกิจ Pizza Hut ในจีนแผ่นดินใหญ่แยกต่างหาก ด้วยมูลค่าราว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท)
หลังการประกาศข่าวนี้ ราคาหุ้นของ Yum Brands ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 2% ทันที
วิกฤตศรัทธาและการปรับตัวที่ไม่ทันการณ์
แม้ Pizza Hut จะยังคงมีสาขากว่า 20,000 แห่งใน 108 ประเทศทั่วโลก แต่แบรนด์กลับเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด (คิดเป็น 40% ของยอดขายรวม) ที่มียอดขายสาขาเดิมลดลงถึง 8.2% ส่งผลให้บริษัทต้องประกาศแผนปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรราว 250 แห่งในปีนี้
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า Pizza Hut กลายเป็นจุดอ่อนของ Yum มานาน เนื่องจากโมเดลร้านที่เน้นการนั่งทานอาหารไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคเดลิเวอรีได้ทันท่วงที เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Domino’s ที่ชิงความได้เปรียบด้วยบริการส่งถึงบ้าน จนสามารถแย่งชิงตำแหน่งแบรนด์พิซซ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปได้ตั้งแต่ปี 2017
ย้อนรอยประวัติศาสตร์จากร้านเล็กๆ สู่ยักษ์ใหญ่
Pizza Hut ก่อตั้งขึ้นในปี 1958 โดยสองพี่น้อง แฟรงก์ และ แดน คาร์นีย์ ในเมืองวิชิตา รัฐแคนซัส ด้วยเงินทุนเพียง 600 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเอกลักษณ์หลังคาสีแดง จนก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกได้สำเร็จในปี 1971 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและความพยายามฟื้นฟูแบรนด์ด้วยกลยุทธ์ต่างๆ ทั้งโปรโมชันและเมนูใหม่ กลับไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง
สำหรับดีลนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ที่บริษัทไพรเวทอิควิตี้หันมาลงทุนในเครือร้านอาหารเก่าแก่มากขึ้น โดยนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา กลุ่มทุนดังกล่าวได้ทุ่มเงินไปแล้วกว่า 2.1 ล้านล้านบาทในอุตสาหกรรมร้านอาหารสหรัฐฯ เพื่อหวังสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลตอบแทนในอนาคต

