Prada Group เผยรายได้ครึ่งปีแรก 2026 โต 11% รับอานิสงส์รวมกิจการ Versace

Prada Group ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2026 โดยระบุว่ารายได้รวมของบริษัทมีการเติบโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ หากไม่นับรวมผลประกอบการจากการเข้าซื้อกิจการแบรนด์ Versace ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา รายได้ของกลุ่มบริษัทจะมีการเติบโตอยู่ที่ 5% ในขณะที่ภาพรวมรายได้เฉพาะไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7%
ยอดขายปลีกยังคงแข็งแกร่ง
ในส่วนของช่องทางร้านค้าปลีก (Retail Sales) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรายได้ในช่วงครึ่งปีแรก พบว่ามียอดขายรวมอยู่ที่ 2.63 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7% จากปีที่ผ่านมา หรือหากไม่รวมผลกระทบจากการควบรวมกิจการ ยอดขายจะเติบโตอยู่ที่ 3% โดยในไตรมาสที่ 2 ยอดขายปลีกปรับตัวสูงขึ้น 5% แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ตาม
กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากปัจจัยการลงทุน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้ในภาพรวมจะยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขกำไรกลับปรับตัวลดลง โดยกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Operating Profit) ลดลง 14.3% เหลือ 530 ล้านยูโร และกำไรสุทธิลดลง 15.2% เหลือ 327 ล้านยูโร ซึ่งทางบริษัทระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตัวเลขกำไรดังกล่าว มาจากการรวมผลประกอบการของ Versace เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
การขยายอาณาจักรลักชัวรี
ปัจจุบัน Prada Group ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจลักชัวรีรายใหญ่ของอิตาลี โดยมีแบรนด์ในเครือที่ครอบคลุมทั้งแฟชั่น เครื่องหนัง รองเท้า และไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ ได้แก่ Prada, Miu Miu, Church’s, Car Shoe, Marchesi 1824 และแบรนด์ล่าสุดอย่าง Versace ซึ่งเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัทอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา


