ทรัมป์สั่งเพิ่มนำเข้าเนื้อวัวบด หวังลดค่าครองชีพก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

สถานการณ์ราคาเนื้อวัวที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน และสร้างแรงกดดันอย่างหนักให้กับรัฐบาลทรัมป์ในการเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทันท่วงที ก่อนที่การเลือกตั้งกลางเทอมจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดการณ์กันว่าปัญหาปากท้องและภาวะเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
มาตรการลดราคาเนื้อวัว
ล่าสุด รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ด้วยการอนุญาตให้มีการเพิ่มปริมาณการนำเข้าเนื้อวัวบดจากต่างประเทศ พร้อมทั้งประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าดังกล่าว โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มอุปทานเนื้อวัวในตลาดและผลักดันให้ราคาขายปลีกปรับตัวลดลง เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของชาวอเมริกัน
กระแสคัดค้านจากผู้ผลิตในประเทศ
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงโคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยนางเด็บ ฟิสเชอร์ (Deb Fischer) วุฒิสมาชิกรัฐเนแบรสกาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นรัฐที่เป็นฐานการผลิตเนื้อวัวรายใหญ่ของประเทศ ได้ออกมาแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจนต่อการตัดสินใจของรัฐบาล โดยระบุว่ามาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในประเทศ และได้รับการคัดค้านจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง
