นาซาส่งกล้องโทรทรรศน์ 'โรมัน' ทะยานสู่อวกาศ ไขปริศนาพลังงานมืด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) ได้ดำเนินการส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่มีชื่อว่า “แนนซี เกรซ โรมัน” (Nancy Grace Roman) ขึ้นสู่อวกาศอย่างเป็นทางการ โดยใช้จรวดขนส่ง “ฟอลคอน เฮฟวี” (Falcon Heavy) จากบริษัท สเปซเอ็กซ์ ซึ่งออกเดินทางจากศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา
เบื้องหลังโครงการมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์
โครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศโรมันมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจจากการนำดาวเทียมสอดแนมที่เคยถูกยกเลิกโครงการไปแล้วของสำนักงานสอดแนมแห่งชาติสหรัฐฯ (NRO) มาดัดแปลงใหม่ ซึ่งนาซาได้รับมอบดาวเทียมดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นเครื่องมือสำรวจอวกาศอันทรงพลังในปัจจุบัน
ประสิทธิภาพเหนือชั้น: เลนส์มุมกว้างแห่งจักรวาล
หากเปรียบเทียบกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่มีชื่อเสียงอย่าง “เจมส์ เวบบ์” (James Webb) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเลนส์ซูมเพื่อส่องวัตถุในระยะไกล กล้องโรมันจะทำหน้าที่เปรียบเสมือน “เลนส์มุมกว้าง” ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีความคมชัดเทียบเท่ากับกล้องโทรทรรศน์ “ฮับเบิล” (Hubble) แต่มีความโดดเด่นในด้านความเร็วในการสำรวจที่เหนือกว่ามาก กล่าวคือ กล้องโรมันสามารถสำรวจกาแล็กซีทางช้างเผือกได้ทั้งหมดภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ในขณะที่กล้องฮับเบิลต้องใช้เวลาดำเนินงานนานถึง 1 ศตวรรษ
ภารกิจไขปริศนาแห่งจักรวาล
เป้าหมายสำคัญของกล้องโรมันคือการสร้างแผนที่ 3 มิติของจักรวาลที่มีความครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยตัวกล้องจะทำการสำรวจกาแล็กซีจำนวนมากกว่า 2,000 ล้านแห่ง เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาและทำความเข้าใจปริศนาที่ยังคงเป็นความลับของจักรวาล ไม่ว่าจะเป็น สสารมืด (dark matter) ซึ่งคาดว่าเป็นองค์ประกอบหลักถึง 27% ของจักรวาล และ พลังงานมืด (dark energy) ซึ่งอาจมีสัดส่วนสูงถึง 68% ของจักรวาลทั้งหมด
