เช็ก 5 สัญญาณเตือนโรคลำไส้แปรปรวน อาการปวดท้องถ่ายบ่อยที่ห้ามมองข้าม

หากคุณมีอาการปวดท้องและต้องเข้าห้องน้ำบ่อยครั้งเกิน 3-4 ครั้งต่อวัน อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ที่ควรทำความรู้จักและเฝ้าระวัง
ทำความรู้จักโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือ IBD คือภาวะที่มีการอักเสบเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในส่วนของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ โดยอาการมักจะเป็นๆ หายๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการปวดท้อง ท้องร่วง และถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน โรคนี้พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่กลุ่มที่พบมากที่สุดคือช่วงอายุ 20 – 40 ปี และมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยสถิติระบุว่าพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
5 สัญญาณเตือนที่ควรรู้
เพื่อให้สามารถสังเกตความผิดปกติได้ทันท่วงที นี่คือ 5 สัญญาณเตือนสำคัญของโรคลำไส้แปรปรวน:
- อาการปวดท้อง: มักมีอาการปวดเกร็งบริเวณช่วงกลางท้องหรือบริเวณท้องน้อย
- มีลมในทางเดินอาหาร: รู้สึกอึดอัดเหมือนมีลมแน่นท้อง ร่วมกับอาการเรอและผายลมบ่อยครั้ง
- ระบบขับถ่ายแปรปรวน: การขับถ่ายไม่เป็นปกติ โดยมักมีอาการท้องเสียสลับกับท้องผูก
- ลักษณะอุจจาระผิดปกติ: ถ่ายอุจจาระแล้วพบมูกหรือเลือดปนออกมา
- ความรู้สึกหลังขับถ่าย: มีอาการปวดเบ่งคล้ายถ่ายไม่สุด และสังเกตพบว่าอุจจาระมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ
แนวทางการรักษาและการดูแลตนเอง
เนื่องจากปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคลำไส้แปรปรวนได้ การรักษาจึงเน้นไปที่การบรรเทาอาการตามความเหมาะสม เช่น การใช้ยาระบาย ยาลดอาการปวดเกร็งเพื่อลดการบีบตัวของลำไส้ หรือยาแก้ท้องเสีย อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นการรักษาที่ปลายเหตุและอาจทำให้อาการกลับมาเป็นซ้ำได้
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล
ข้อมูลอ้างอิงจาก: โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลนครธน และโรงพยาบาลศิครินทร์


