12 ความเชื่อผิดๆ ในการปฐมพยาบาล ยิ่งทำยิ่งอันตราย เสี่ยงอาการทรุดหนัก

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ความปรารถนาดีในการช่วยเหลือผู้ป่วยอาจกลายเป็นดาบสองคมได้ หากใช้วิธีการปฐมพยาบาลที่ไม่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ล่าสุดทางโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาให้ความรู้เพื่อปรับความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความเชื่อผิดๆ ที่พบบ่อย ดังนี้
กรณีงูกัดและบาดแผล
ความเชื่อที่ว่าต้องใช้เชือกหรือสายยางรัดขันชะเนาะเหนือแผลนั้นเป็นเรื่องที่ผิด เพราะจะขัดขวางการไหลเวียนของเลือดและทำลายเนื้อเยื่อโดยตรง วิธีที่ถูกต้องคือการให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งที่สุด ดามแขนขา และรีบนำส่งสถานพยาบาลทันที ส่วนกรณีมีวัตถุแทงคาแผล ห้ามดึงออกเด็ดขาดเพราะวัตถุนั้นอาจช่วยกดหลอดเลือดไว้ ให้ใช้ผ้าสะอาดกดรอบๆ และดามวัตถุให้อยู่นิ่งแทน
กรณีผู้ป่วยชักและมีไข้
ห้ามงัดปากหรือนำสิ่งของใส่ในปากผู้ป่วยชักเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อฟันแตกและขากรรไกรบาดเจ็บ ส่วนการเช็ดตัวลดไข้ ห้ามใช้น้ำเย็นจัด น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายหนาวสั่นและสร้างความร้อนเพิ่มขึ้นจนผู้ป่วยไม่สบายตัว
กรณีสำลักและของติดคอ
ห้ามใช้นิ้วล้วงหากมองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม เพราะอาจดันให้ลึกกว่าเดิม ควรใช้วิธีตบหลังหรือกดกระแทกหน้าท้องตามหลักสากล สำหรับความเชื่อเรื่องการกลืนข้าวเหนียวหรือขนมปังเพื่อไล่ก้างนั้นไม่เป็นความจริง และอาจทำให้ก้างปักลึกกว่าเดิม
กรณีเลือดกำเดาไหลและสารพิษ
การเงยหน้าเมื่อเลือดกำเดาไหลเป็นสิ่งที่ผิด เพราะเลือดจะไหลลงคอและทำให้สำลัก ควรนั่งตัวตรงและโน้มศีรษะไปด้านหน้าเล็กน้อย ส่วนผู้ที่ได้รับสารพิษ ห้ามทำให้ตัวเองอาเจียนเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการสำลักเข้าปอดจนเกิดปอดอักเสบ
กรณีจมน้ำ
ห้ามอุ้มพาดบ่าหรือห้อยหัวเพื่อไล่น้ำ เพราะน้ำที่ออกมามาจากท้องไม่ใช่ปอด และการทำเช่นนั้นจะเสียเวลาช่วยชีวิตที่สำคัญที่สุด ควรเน้นการกดหน้าอก (CPR) และช่วยหายใจทันทีจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง
การปฐมพยาบาลไม่ใช่การรักษาให้หายขาด แต่เป็นการประคองอาการ ดังนั้นการทำอย่างถูกวิธีจึงสำคัญยิ่งกว่าความรวดเร็วที่ปราศจากความเข้าใจที่ถูกต้อง




