เตือนภัย! ทิ้งของแปลกทำท่อตัน เสี่ยงเจอ 'Fatberg' ก้อนขยะยักษ์ทำค่าซ่อมพุ่ง

ผู้เชี่ยวชาญจาก Initial Washroom Hygiene ในสหราชอาณาจักร ออกโรงเตือนประชาชนถึงพฤติกรรมการใช้ชักโครกเสมือนเป็นถังขยะ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบท่อระบายน้ำและก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงลิ่ว โดยพบว่ามีการทิ้งสิ่งของที่ไม่ควรลงไปจำนวนมาก ตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงสิ่งของที่คาดไม่ถึง
ของแปลกที่พบในชักโครก
Jamie Woodhall ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคและนวัตกรรมของ Initial Washroom Hygiene ระบุว่า แม้ชักโครกจะมีไว้เพื่อการขับถ่าย แต่กลับมีการตรวจพบสิ่งของแปลกปลอมมากมาย เช่น โทรศัพท์มือถือ รองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสลายตัวได้ง่ายเหมือนกระดาษชำระ เมื่อสะสมรวมกันในระบบท่อจึงกลายเป็นก้อนอุดตันขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยยอมรับว่าเคยทิ้งสิ่งของที่ไม่ควรลงชักโครก เช่น:
- ปลาทองที่ตายแล้ว (26%)
- เศษเล็บ (35%)
- กระดาษเช็ดมือหรือเส้นผม (34%)
- ไหมขัดฟัน (19%)
- ผ้าอนามัยแบบสอด (19%)
- คอนแทคเลนส์ (16%)
- ถุงยางอนามัย (13%)
รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและหมากฝรั่งนิโคติน ซึ่งมีวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ง่ายและสร้างปัญหาต่อระบบท่อระบายน้ำอย่างหนัก
มหันตภัย 'Fatberg' และค่าใช้จ่ายมหาศาล
ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือการเกิด 'Fatberg' หรือก้อนไขมันและขยะแข็งตัวที่เกิดจากการรวมตัวของน้ำมัน ไขมันที่เทลงอ่างล้างจาน ผสมกับผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียกและขยะอื่น ๆ จนกลายเป็นก้อนแข็งคล้ายคอนกรีต ข้อมูลจาก Thames Water ระบุว่าเฉพาะผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียกเพียงอย่างเดียว มีการทิ้งลงชักโครกถึง 3.8 พันล้านชิ้นต่อปี ทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการกำจัดสูงถึง 18 ล้านปอนด์ต่อปี
วิธีป้องกันและสัญญาณเตือน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหลักปฏิบัติง่ายๆ คือ “3 Ps” ได้แก่ Pee (ปัสสาวะ), Poo (อุจจาระ) และ Paper (กระดาษชำระ) เท่านั้นที่ควรทิ้งลงชักโครก ส่วนเศษอาหารควรใช้ตะแกรงดักที่อ่างล้างจานเพื่อป้องกันการอุดตัน
หากพบสัญญาณเตือน เช่น น้ำในชักโครกไหลย้อนกลับ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือน้ำระบายช้าลง ควรเร่งปรึกษาช่างประปาหรือผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนเกิดความเสียหายต่อระบบระบายน้ำในระยะยาว

