สาววัย 22 ตรวจพบ HIV ก่อนแต่งงาน ยันไม่เคยมีเซ็กซ์ สงสัยติดเชื้อจากร้านเจาะหูริมทาง

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง เมื่อหญิงสาววัย 22 ปีรายหนึ่งได้รับผลตรวจคัดกรองเอชไอวีเป็นบวกในช่วงก่อนเข้าพิธีวิวาห์ ซึ่งสร้างความตกใจอย่างหนักให้กับเธอและครอบครัว เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน และนี่ถือเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกในชีวิต จึงไม่น่ามีความเสี่ยงในช่องทางดังกล่าว
ข้อสันนิษฐานจากหัตถการริมทาง
จากการสอบถามประวัติเพื่อหาสาเหตุ มีการตั้งข้อสังเกตถึงเหตุการณ์ที่หญิงสาวเคยไปรับบริการเจาะหูจากผู้ให้บริการริมทาง ซึ่งอาจใช้อุปกรณ์ที่ไม่ผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อ หรือมีการใช้อุปกรณ์ซ้ำโดยไม่เปลี่ยนใหม่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าการเจาะหูครั้งนั้นคือต้นตอของการติดเชื้อจริง เนื่องจากยังไม่มีการตรวจสอบร้านดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลตรวจ
ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า ผลตรวจคัดกรองเอชไอวีที่มีปฏิกิริยาหรือเป็นบวกนั้น ไม่ควรถูกตัดสินว่าเป็นผลการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายทันที ตามแนวทางของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) ผู้ที่ได้รับผลบวกจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจยืนยันเพิ่มเติม เช่น การตรวจแยกแอนติบอดี HIV-1 และ HIV-2 หรือการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัส (NAT) เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากผลบวกลวง (False Positive) ที่อาจเกิดขึ้นได้
ความเสี่ยงจากหัตถการที่ใช้เข็ม
ในทางทฤษฎี การเจาะหูหรือการทำหัตถการที่ทำให้เกิดบาดแผลสามารถแพร่เชื้อเอชไอวีได้หากมีการใช้อุปกรณ์ปนเปื้อนเลือดร่วมกัน แต่หากผู้ให้บริการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและใช้อุปกรณ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ความเสี่ยงจะต่ำมาก นอกจากนี้ยังต้องระวังโรคอื่นๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งสามารถติดต่อผ่านการสักหรือเจาะในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานได้
คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข็มหรืออุปกรณ์ที่สัมผัสผิวหนังเป็นของใหม่และเปิดต่อหน้าผู้ใช้บริการ
- สังเกตความสะอาดของผู้ให้บริการ การล้างมือ และการสวมถุงมือทุกครั้ง
- หากสงสัยว่าอุปกรณ์ไม่สะอาดหรือไม่มีมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการใช้บริการ
- หากเกิดอุบัติเหตุถูกเข็มที่สงสัยว่าปนเปื้อนแทง ให้ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ แล้วรีบพบแพทย์เพื่อประเมินการรับยาต้านไวรัสฉุกเฉิน (PEP) ทันที
ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลในประเทศจีนเกี่ยวกับรายละเอียดของกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้ว่าหญิงสาวรายนี้ติดเชื้อจากการเจาะหูจริงหรือไม่
