ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไฟเขียวรัฐบาลทรัมป์ ยกเลิกสถานะคุ้มครองผู้ลี้ภัยเฮติ-ซีเรีย

ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาได้มีคำตัดสินชี้ขาด อนุญาตให้รัฐบาลภายใต้การนำของทรัมป์ สามารถดำเนินการยกเลิกสถานะคุ้มครองชั่วคราว (TPS) สำหรับผู้ลี้ภัยจากประเทศเฮติและซีเรียได้ โดยคำตัดสินดังกล่าวนับเป็นการตอกย้ำนโยบายการจัดการผู้อพยพที่เข้มงวดของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
ประเด็นข้อพิพาทเรื่องอคติทางเชื้อชาติ
ในคำพิพากษา ศาลได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งที่ระบุว่าการยกเลิกสถานะของชาวเฮตินั้นมีมูลเหตุมาจากอคติทางเชื้อชาติ โดยให้เหตุผลว่าถ้อยคำหรือวาทกรรมของทรัมป์ เช่น การกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานเรื่องชาวเฮติจับสัตว์เลี้ยงไปรับประทานนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นความพยายามในการเหยียดเชื้อชาติอย่างโจ่งแจ้ง และไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้พิสูจน์ได้ว่านโยบายดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานรากของการเหยียดผิว
อย่างไรก็ตาม เอเลนา คาแกน ตุลาการฝ่ายเสียงข้างน้อย ได้แสดงความเห็นแย้งอย่างชัดเจน โดยระบุว่าคำพูดของทรัมป์สะท้อนถึงการเหยียดเชื้อชาติอย่างเห็นได้ชัด และสิ่งนี้มีอิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจผลักดันชาวเฮติออกนอกประเทศ
บรรทัดฐานและการขยายผลนโยบาย
สำหรับการตัดสินในคดีนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ใช้บรรทัดฐานจากคำตัดสินของศาลสูงสุดเมื่อปีก่อน ซึ่งเคยอนุมัติให้รัฐบาลยกเลิกสถานะคุ้มครองในลักษณะเดียวกันนี้แก่ชาวเวเนซุเอลากว่า 600,000 คนมาเป็นข้ออ้างอิงสำคัญ
นอกเหนือจากกรณีล่าสุด รัฐบาลทรัมป์ยังได้เดินหน้ายกเลิกสถานะ TPS ของผู้อพยพจากประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ อัฟกานิสถานและแคเมอรูน รวมถึงการยุติโครงการในสมัยของประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งเคยเปิดช่องให้ผู้อพยพกว่า 500,000 คนจากคิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา สามารถพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ได้ในระหว่างรอการพิจารณาคดี
