รัฐบาลอังกฤษจ่อแทรกแซงดีลยักษ์ Paramount ซื้อกิจการ Warner Bros. มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์

รัฐบาลสหราชอาณาจักรออกมาแสดงท่าทีชัดเจนว่า อาจเข้าแทรกแซงความพยายามในการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท พาราเมาต์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) และ วอร์เนอร์ บราเธอส์ ดิสคัฟเวอรี (Warner Bros. Discovery) ซึ่งเป็นดีลยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยล่าสุดได้มีการยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ชี้แจงข้อกังวลของรัฐบาลแล้ว
รัฐบาลอังกฤษเผยแนวโน้มเข้าแทรกแซง
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 รัฐบาลอังกฤษได้เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยระบุว่าหลังจากได้มีการหารือกับฝ่ายต่างๆ และศึกษาข้อมูลอย่างอิสระ ทางกระทรวงได้ส่งหนังสือไปยังเจ้าของปัจจุบันและผู้เสนอซื้อกิจการของ วอร์เนอร์ บราเธอส์ ดิสคัฟเวอรี เพื่อแจ้งให้ทราบว่ารัฐบาลมีแนวโน้มที่จะเข้าแทรกแซงในกรณีนี้
ทั้งนี้ คำว่า "มีแนวโน้มที่จะ" (minded to) เป็นถ้อยคำที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษใช้เพื่อประกาศทิศทางการดำเนินงานล่วงหน้าก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ทางการระบุว่ายังไม่ได้มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในขณะนี้ โดยให้เวลาบริษัททั้งสองฝ่าย 1 สัปดาห์ในการตอบกลับหนังสือดังกล่าว
เหตุผลด้านประโยชน์สาธารณะและความหลากหลายของสื่อ
เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลอังกฤษหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือการรักษาประโยชน์สาธารณะ โดยต้องการสร้างหลักประกันว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสำนักข่าวในประเทศจะยังคงมีความหลากหลายของมุมมองที่เพียงพอ รวมถึงต้องมีจำนวนบุคคลที่เหมาะสมในการเข้ามาควบคุมกิจการสื่อสารมวลชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการผูกขาดตลาดสื่อ
หากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าแทรกแซงอย่างเป็นทางการ กระบวนการตรวจสอบจะมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยหน่วยงานกำกับดูแลสื่อของอังกฤษ หรือ ออฟคอม (Ofcom) จะได้รับมอบหมายให้เข้ามาร่วมประเมินข้อตกลงนี้ นอกเหนือไปจากการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการตลาด (CMA) ที่กำลังดำเนินการอยู่
ท่าทีจากฝั่งพาราเมาต์
ทางด้านโฆษกของพาราเมาต์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า บริษัทยังคงมีความมั่นใจว่าข้อเสนอการทำธุรกรรมดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาด้านความหลากหลายของสื่อในสหราชอาณาจักร และเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้
ปัจจุบัน พาราเมาต์สามารถผ่านอุปสรรคด้านกฎระเบียบในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่กระทรวงยุติธรรมได้อนุมัติข้อตกลงไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโดยไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ยังคงถูกจับตามองจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามของบริษัทในการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อผลประโยชน์ในการอนุมัติธุรกรรมดังกล่าว
