Trump Media ขาดทุนอ่วม 7.8 พันล้าน หลังพิษคริปโตฉุดผลประกอบการไตรมาส 2

บริษัท ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยี กรุ๊ป (TMTG) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย "ทรูธ โซเชียล" ได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน) โดยระบุว่าบริษัทประสบภาวะขาดทุนสุทธิสูงถึง 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,865 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ขาดทุนเพียง 22 ล้านดอลลาร์
ผลกระทบจากสินทรัพย์ดิจิทัล
แม้ว่าบริษัทจะมีรายได้รวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเติบโตขึ้น 89% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ผลประกอบการโดยรวมกลับถูกฉุดรั้งอย่างหนักจากการปรับตัวลดลงของมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่บริษัทถือครองอยู่ โดยเฉพาะบิตคอยน์และโทเคนดิจิทัล Cronos ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเลขกำไรขาดทุนของบริษัท
ปรับทิศทางธุรกิจใหม่
เควิน แม็กเกิร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ TMTG ระบุว่า บริษัทตัดสินใจที่จะปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ โดยจะยุติหรือเปลี่ยนแปลงแนวทางในธุรกิจที่ไม่ตอบโจทย์ ซึ่งรวมถึงการยกเลิกแผนการขยายธุรกิจไปสู่คริปโทเคอร์เรนซีและธุรกิจพนันออนไลน์ เพื่อหันกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักและบริการ Truth API ซึ่งเป็นบริการส่งข้อมูลซื้อขายหุ้นเชิงพาณิชย์สำหรับนักลงทุน
ข้อถกเถียงด้านจริยธรรมของ Truth API
บริการ Truth API กำลังเผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นการเปิดช่องให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงโพสต์สำคัญจากบัญชีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รวดเร็วกว่าผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นและสินทรัพย์ในตลาด อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารได้ออกมาชี้แจงว่า การให้บริการข้อมูลลักษณะนี้ถือเป็นแนวทางปกติที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการเงิน
สถานะทางการเงินและปฏิกิริยาตลาด
ณ สิ้นไตรมาส 2 TMTG มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน 1,900 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นกว่า 400 ล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ หลังจากมีการประกาศผลประกอบการดังกล่าว หุ้นของบริษัทได้ปรับตัวลดลงประมาณ 8% ในการซื้อขายปกติ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนต่อผลขาดทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา
