ปตท. โชว์วิสัยทัศน์พลังงานโลก ชูแผนขยายพอร์ต LNG มุ่งสู่ความยั่งยืนปี 78

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยถึงทิศทางพลังงานโลกโดยระบุว่า ก๊าซธรรมชาติจะยังคงครองบทบาทสำคัญในฐานะ 'Destination Fuel' หรือเชื้อเพลิงหลักที่จะขับเคลื่อนโลกไปอีก 20-30 ปีข้างหน้า เนื่องจากเป็นพลังงานที่เข้าถึงได้ง่าย มีราคาที่เหมาะสม และเมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิลประเภทอื่นอย่างถ่านหินหรือน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติถือเป็นทางเลือกที่สะอาดที่สุด
พันธกิจความมั่นคงทางพลังงานและการลดคาร์บอน
ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจหลักของประเทศ ได้ดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติโดยยึดมั่นในพันธกิจการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอและมีเสถียรภาพในราคาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปตท. ตระหนักดีว่าก๊าซธรรมชาติยังคงมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการเผาไหม้ จึงได้มุ่งเน้นการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
ยุทธศาสตร์บริหารความเสี่ยงและเป้าหมาย LNG
ในส่วนของธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปตท. ได้วางยุทธศาสตร์การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนฉุกเฉินและระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ไว้อย่างรัดกุม เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของน้ำมันและก๊าซจากแหล่งผลิตทั่วโลก โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขยายพอร์ตการค้า LNG ในระดับสากล (Global LNG Trading) ให้แตะระดับ 15 ล้านตันภายในปี พ.ศ. 2578
เวทีระดับโลก Gastech 2026
การเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ ปตท. จะได้เปิดพื้นที่เจรจาทางการค้าและการลงทุนกับพันธมิตรทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพและความพร้อมของ ปตท. ในการเป็นฟันเฟืองสำคัญเพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน


