รัฐบาลทรัมป์เล็งเก็บค่าธรรมเนียม 3.34 ล้านบาท จากนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการทำงานในสหรัฐฯ

รัฐบาลภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาข้อเสนอจัดเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 3.34 ล้านบาท) จากนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการขอสิทธิ์ทำงานในสหรัฐอเมริกาภายหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งหากมีการบังคับใช้จริง คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความน่าสนใจในการเลือกมาศึกษาต่อในสหรัฐฯ
ผลกระทบต่อโครงการ OPT และภาคธุรกิจ
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีแนวโน้มจะผูกติดกับโครงการ Optional Practical Training (OPT) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้บัณฑิตต่างชาติสามารถทำงานในสหรัฐฯ ได้นาน 1-3 ปี โดยยังคงใช้สถานะวีซ่านักเรียนเดิม ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติมาโดยตลอด ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวถูกรายงานเป็นครั้งแรกโดย The Wall Street Journal โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า แม้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันที แต่ข้อเสนอนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจริง
ผลกระทบในวงกว้างไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวนักศึกษา แต่ยังรวมถึงมหาวิทยาลัยที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ และบริษัทชั้นนำใน Silicon Valley รวมถึง Wall Street ซึ่งมีการจ้างงานบัณฑิตกลุ่มนี้ในตำแหน่งด้านเทคนิคสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยประเด็นที่ยังไร้ข้อสรุปคือภาระค่าใช้จ่ายนี้จะตกอยู่ที่ใคร ระหว่างตัวนักศึกษา มหาวิทยาลัย หรือบริษัทผู้ว่าจ้าง
ความเคลื่อนไหวของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)
รัฐบาลกำลังปรับเปลี่ยนกฎระเบียบวีซ่านักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา DHS ได้ยกเลิกนโยบายเดิมที่อนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ ได้ตลอดหลักสูตร โดยจำกัดไว้ที่ 4 ปี เว้นแต่จะได้รับการขยายเวลาเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้นักศึกษาต้องยื่นขอขยายเวลาวีซ่าก่อน จึงจะสามารถใช้สิทธิ์ OPT ได้ ทั้งนี้ DHS กำลังจัดทำกฎระเบียบฉบับใหญ่เพื่อปรับกติกาโครงการ OPT ใหม่ทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
ข้อถกเถียงและสถานะทางกฎหมาย
ฝ่ายที่สนับสนุนโครงการ OPT มองว่าโครงการนี้ช่วยรักษาบุคลากรที่มีทักษะไว้ในประเทศ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนการจำกัดผู้อพยพมองว่าโครงการนี้เปิดช่องให้เกิดการฉ้อโกงวีซ่าและกดค่าจ้างแรงงาน ทั้งนี้ ความขัดแย้งในประเด็นดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยรัฐบาลทรัมป์ชุดแรก โดยมีบุคคลอย่าง สตีเฟน มิลเลอร์ พยายามผลักดันให้ยกเลิกโครงการ STEM OPT แต่ถูกคัดค้านจากทีมงานสายธุรกิจ เช่น จาเร็ด คุชเนอร์
ข้อเสนอนี้มีความคล้ายคลึงกับความพยายามเก็บค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สำหรับวีซ่า H-1B ซึ่งเคยสร้างความตื่นตระหนกในวงการเทคโนโลยีมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้วินิจฉัยว่าค่าธรรมเนียม H-1B ผิดกฎหมาย และศาลอุทธรณ์ในบอสตันได้สั่งห้ามจัดเก็บ แม้รัฐบาลจะอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลยังคงใช้ตัวเลข 100,000 ดอลลาร์เป็นเครื่องมือในการสกัดกั้นชาวต่างชาติที่มีฐานะทางการเงินจำกัดไม่ให้เข้าสู่สหรัฐฯ ในหลายรูปแบบนโยบาย


