ผู้นำไทย-สิงคโปร์ ผนึกกำลังยกระดับความร่วมมือ 4 เสาหลัก รับมือความท้าทายระดับโลก

ผู้นำไทยและสิงคโปร์ได้ร่วมหารือในการประชุม Leaders’ Retreat เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ใน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ พลังงาน เศรษฐกิจ ความมั่นคง และการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน
พิธีลงนามและทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต
ก่อนการแถลงข่าว ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคม พร้อมแสดงความยินดีต่อการประกาศ ‘แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Joint Statement on the Thailand-Singapore Forward-Looking Strategic Partnership)’ ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญในการกำหนดทิศทางความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองประเทศในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้เห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
การเตรียมพร้อมสู่การเป็นประธานอาเซียน
ผู้นำไทยได้กล่าวถึงความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้ โดยย้ำถึงความสำคัญของการที่ทั้งสองประเทศจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อเนื่องกันในปี 2570 และ 2571 ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการร่วมกันนำพาอาเซียนให้ก้าวข้ามความท้าทายระดับโลกและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิภาค
ประเด็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์
สำหรับการหารือใน 4 ประเด็นหลัก มีรายละเอียดดังนี้:
- ความร่วมมือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เน้นการสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานผ่านโครงการบูรณาการพลังงานลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ เพื่อมุ่งสู่โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน รวมถึงการพัฒนาคาร์บอนเครดิต ไฮโดรเจน การเงินสีเขียว และเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน
- ความมั่นคงและการป้องกันประเทศ: ตกลงขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ธนาคาร และบริษัทเทคโนโลยี เพื่อปราบปรามขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์
- สถานการณ์ในเมียนมา: ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในบทบาทของอาเซียน โดยไทยได้นำเสนอแนวทางการกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Calibrated Re-Engagement) เพื่อสนับสนุนความพยายามของอาเซียนในการนำความสงบสุขกลับคืนสู่เมียนมา
ด้านนายกรัฐมนตรีหว่องแห่งสิงคโปร์ ได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์จากการประชุมในครั้งนี้จะช่วยยืนยันถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ และนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ




