เปิด 10 จังหวัดว่างงานสูงสุดปี 2569 นราธิวาส-สุโขทัยครองแชมป์ร่วม วุฒิ ป.ตรี ตกงานอื้อ

สถานการณ์ตลาดแรงงานไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายสำคัญ จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีจำนวนผู้ว่างงานรวมเกือบ 4 แสนคน โดยเมื่อจำแนกตามเพศพบว่าเป็นเพศชายจำนวน 191,460 คน และเพศหญิงจำนวน 201,613 คน ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมของภาวะการจ้างงานในปัจจุบัน
กลุ่มจบปริญญาตรีและคนรุ่นใหม่ว่างงานสูง
ในด้านระดับการศึกษา พบว่ากลุ่มผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมีจำนวนว่างงานสูงสุดถึง 116,246 คน ขณะที่เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ กลุ่มที่มีสัดส่วนผู้ว่างงานมากที่สุดคือช่วงอายุ 20-24 ปี คิดเป็น 35.7% ของผู้ว่างงานทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเข้าสู่ตลาดแรงงานของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยังคงมีความยากลำบากและไม่ราบรื่นนัก
นราธิวาส-สุโขทัย ครองแชมป์อัตราว่างงานสูงสุด
สำหรับการกระจายตัวในระดับพื้นที่ พบว่า 10 จังหวัดที่มีอัตราการว่างงานสูงสุดนั้นครอบคลุมทั้งพื้นที่ชายแดน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม โดยจังหวัดนราธิวาสและสุโขทัยครองอันดับ 1 ร่วมกัน ด้วยอัตราการว่างงานที่ 2.52% ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็น “อัตราการว่างงาน” ซึ่งบ่งบอกถึงสัดส่วนคนว่างงานเมื่อเทียบกับกำลังแรงงานในจังหวัดนั้นๆ ไม่ใช่จำนวนรวมของคนตกงานในจังหวัด
ปัจจัยเฉพาะพื้นที่และสาเหตุการออกจากงาน
ในส่วนของจังหวัดที่มีบริบททางเศรษฐกิจเฉพาะตัว เช่น ปทุมธานี ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจรอบกรุงเทพฯ พบว่าอัตราว่างงานที่สูงสะท้อนถึงการแข่งขันที่เข้มข้น และปัญหาทักษะแรงงานที่ไม่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง ในขณะที่จังหวัดชายแดนอย่าง ตาก และ สระแก้ว มีความผันผวนตามกิจกรรมการค้าและการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดน
นอกจากนี้ ข้อมูลสาเหตุของผู้ที่เคยทำงานมาก่อนและออกจากงานระบุว่า สาเหตุหลักมาจากเกษียณอายุหรืออายุมากเกินไปถึง 5,225,423 คน รองลงมาคือการลาออกเอง 1,095,685 คน และการหยุดงานชั่วคราวหรือรอฤดูกาล 988,335 คน
บทสรุปและแนวทางแก้ไข
แม้ตัวเลขผู้ว่างงานเกือบ 4 แสนคนจะดูไม่สูงมากเมื่อเทียบกับกำลังแรงงานทั้งประเทศ แต่การที่กลุ่มหลักเป็นคนรุ่นใหม่และผู้จบปริญญาตรีถือเป็นสัญญาณที่ต้องเร่งแก้ไข โจทย์ใหญ่ในระยะยาวจึงไม่ใช่เพียงการสร้างงานเพิ่ม แต่คือการสร้างตำแหน่งงานที่ตรงกับทักษะ ค่าแรงที่เหมาะสม และเชื่อมโยงภาคการศึกษากับความต้องการของตลาดแรงงานจริง เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน
