ไทยเบฟจ่อขายกิจการ KFC คาดดีลหมื่นล้าน คาดปิดจบไตรมาส 4 ปีนี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดในแวดวงธุรกิจร้านอาหารไทย มีรายงานว่ากลุ่มไทยเบฟกำลังพิจารณาแนวทางในการขายกิจการร้านอาหาร KFC ที่ถือครองสิทธิ์อยู่ในประเทศไทย โดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมวิเคราะห์ว่า สาเหตุสำคัญมาจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการโฟกัสไปที่ธุรกิจเครื่องดื่ม (Beverage) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก (Core Asset) ที่สร้างรายได้รวมกันมากกว่า 90% ของบริษัท ทำให้ธุรกิจอาหารกลายเป็น 'Non-core Asset' ที่บริษัทอาจไม่ต้องการลงทุนในระยะยาว
ประเมินมูลค่าดีลหมื่นล้าน
สำหรับการประเมินมูลค่าดีลการซื้อขายกิจการในครั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 ไทยเบฟเคยทุ่มงบประมาณกว่า 1.14 หมื่นล้านบาท เพื่อเข้าซื้อกิจการ KFC จำนวน 240 สาขา ทั้งนี้ คาดว่าดีลดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ และอาจได้ข้อสรุปภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 นี้
สถานะธุรกิจอาหารของไทยเบฟ
ข้อมูลรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) ระบุว่า ธุรกิจอาหารสร้างรายได้ 11,325 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียง 6.6% ของรายได้รวม 173,219 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 69 ล้านบาท ซึ่งถือว่าลดลงถึง 44.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 124 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ไทยเบฟยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ด้วยงบลงทุนปี 2569 กว่า 9,000 ล้านบาท โดยจัดสรรให้ธุรกิจอาหาร 1,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงแผนการขยายสาขา KFC เพิ่มอีก 40 แห่ง
จับตากลุ่มทุนผู้สนใจ
ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องผู้ที่สนใจเข้าซื้อกิจการ มีรายงานว่ากลุ่มเซ็นทรัลซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC เดิมในไทยมีความสนใจในดีลนี้เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอของตนเอง ในขณะที่ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ถูกนักวิเคราะห์มองว่าอาจไม่มีความสนใจ เนื่องจากรูปแบบการลงทุนของบริษัทในช่วงที่ผ่านมามักเน้นไปที่กิจการขนาดเล็กหรือขนาดกลางมากกว่าการทุ่มเงินในบิ๊กดีลระดับนี้ ส่วนกลุ่ม CP และดุสิตธานีนั้น คาดว่าไม่ได้มีความเคลื่อนไหวหรืออยู่ในรายชื่อผู้ท้าชิงในดีลนี้แต่อย่างใด


