สมาคมเหล็กทรงยาวฯ ค้านใช้เตา IF ผลิตเหล็กก่อสร้าง หวั่นกระทบความปลอดภัยโครงสร้างอาคาร

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านการนำเทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) มาใช้ในการผลิตเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้าง โดยอ้างอิงหลักการทางโลหะวิทยาและข้อมูลวิชาการ เพื่อชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของกระบวนการผลิตที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร
ข้อจำกัดของเตา IF และความเสี่ยงต่อคุณภาพเหล็ก
สมาคมฯ ระบุว่าปัญหาสำคัญของเตา IF คือข้อจำกัดในการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากน้ำเหล็ก โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้เศษเหล็กรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งมักมีการปนเปื้อนสูง ต่างจากในต่างประเทศที่การใช้เตา IF ผลิตเหล็กคุณภาพสูงมักใช้วัตถุดิบที่ผ่านการคัดแยกความบริสุทธิ์มาอย่างดีแล้ว นอกจากนี้ กระบวนการผลิตด้วยเตา IF เพียงอย่างเดียวยังขาดขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็ก ทำให้สารมลทินตกค้างอยู่ในเนื้อเหล็ก ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของวัสดุในระยะยาว
ความกังวลด้านความปลอดภัยและหลักฐานทางวิชาการ
แม้ผลทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้นอาจไม่พบความผิดปกติ แต่สมาคมฯ เตือนว่าสิ่งเจือปนหรือฟองอากาศที่แฝงอยู่ อาจทำให้เหล็กเกิดสภาวะล้า (Fatigue) หรือการแตกหักแบบเปราะ (Brittle Failure) เมื่อต้องรับน้ำหนักหรือแรงเค้นสะสมเป็นเวลานาน ทั้งนี้ ข้อมูลจากการประชุมวิชาการ SEAISI 2025 ยืนยันว่าเหล็กเส้นจากกระบวนการ IF มีอัตราการแตกหักในการทดสอบแรงกระแทกสูงกว่ากระบวนการผลิตประเภทอื่น หลายประเทศจึงเริ่มมีมาตรการควบคุมการใช้เทคโนโลยีนี้ในงานโครงสร้างแล้ว
ข้อเสนอแนะต่อกระทรวงอุตสาหกรรม
เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ที่กำหนดให้มีการควบคุมสารปนเปื้อน เช่น ฟอสฟอรัสและซัลเฟอร์ สมาคมฯ จึงเสนอแนวทางให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาดังนี้:
- กำหนดให้โรงงานผู้ผลิตเหล็กเส้นโครงสร้างต้องติดตั้งระบบ Ladle Furnace (LF) เพื่อปรุงน้ำเหล็กก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต
- จำกัดการใช้เหล็กที่ผลิตจากเตา IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก ให้ใช้ได้เฉพาะงานก่อสร้างขนาดเล็กเท่านั้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้ได้มาตรฐานสากล และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต



