ปิดตำนาน 45 ปี สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ สู่มรสุมน้ำท่วมใหญ่ เดิมพันขาย 1 หมื่นล้าน

จากทุ่งนาคันนายาวสู่แลนด์มาร์กความสุข 45 ปี
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2518 พื้นที่ย่านคันนายาวและมีนบุรีในขณะนั้นยังเป็นเพียงทุ่งนาเวิ้งว้างที่ขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการยกทะเลมาไว้ใจกลางเมืองหลวง ทำให้เกิดการเนรมิตพื้นที่กว่า 300 ไร่ ขุดดินนับแสนคิวและวางระบบวิศวกรรมระดับสากล จนกระทั่งบริษัท อมรพันธุ์นคร สวนสยาม จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2523
สัญลักษณ์แห่งความทรงจำและมาตรฐานระดับโลก
สวนสยามกลายเป็นจุดหมายปลายทางของคนไทยหลายรุ่น ด้วยไฮไลต์สำคัญอย่างทะเลเทียมที่มีพื้นลาดเอียงเสมือนหาดทรายจริง และสไลเดอร์ยักษ์ 7 สีที่เคยครองสถิติความสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นมาตรฐานสากลกว่า 30 ชนิด อาทิ รถไฟเหาะตีลังกา ล่องแก่งขอนไม้ และหอคอยหมุนชมวิว 360 องศา (Siam Tower) ที่สูงถึง 109 เมตร
ในปี พ.ศ. 2550 สวนสยามได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับสู่ “สยามพาร์คซิตี้” โดยนำเข้าเครื่องเล่นเอ็กซ์ตรีมระดับโลกจากยุโรป เช่น รถไฟเหาะ Vortex และหอคอยดิ่งพสุธา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2552 ได้รับการบันทึกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส ให้เป็นทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยพื้นที่ผืนน้ำกว่า 13,600 ตารางเมตร
มรสุมน้ำท่วมใหญ่และเดิมพันหมื่นล้าน
ในขณะที่สวนสนุกกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 ธรรมชาติได้สร้างความเสียหายครั้งใหญ่ด้วยมวลน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมขังนานถึง 5 วัน ส่งผลให้ระบบกลไก หัวใจไฟฟ้า และแผงวงจรของเครื่องเล่นเกือบทั้งหมดได้รับความเสียหายแทบ 100%
จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ก่อตั้งได้ตัดสินใจประกาศขายกิจการในราคา 10,000 ล้านบาท โดยเสนอแถมเครื่องเล่นทั้งหมดให้ฟรี อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ผู้ก่อตั้งย้ำชัดคือ “ผู้ที่มารับไม้ต่อต้องสัญญาว่าจะดูแลพนักงานทุกคนต่อไป” ปัจจุบันสวนสยามจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่สวนสนุก แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ความบันเทิงของไทย




