ราคาน้ำมันพุ่ง-ตลาดหุ้นผันผวน หลัง 'ทรัมป์' ขู่ยึดช่องแคบฮอร์มุซกดดันอิหร่าน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและตลาดทุนโลกอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาส่งสัญญาณข่มขู่รอบใหม่ โดยระบุว่าจะดำเนินการเข้ายึดช่องแคบฮอร์มุซ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกับทางอิหร่านได้
ราคาน้ำมันพุ่ง-ตลาดหุ้นร่วงรับข่าว
จากความตึงเครียดดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.35% ไปอยู่ที่ระดับ 81.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นถึง 2.4% มาอยู่ที่ 77.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในส่วนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส (Dow futures), ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ส และดัชนี Nasdaq ฟิวเจอร์ส ต่างปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกันที่ 0.4%, 0.4% และ 0.6% ตามลำดับ
ข้อพิพาทเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้นำเสนอแนวคิดเรื่องการเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซหากไม่มีการทำข้อตกลงเกิดขึ้น แม้ว่าในบันทึกความเข้าใจฉบับปัจจุบันระหว่างวอชิงตันและเตหะรานจะมีข้อผูกมัดร่วมกันที่จะเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วันก็ตาม ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อิหร่านได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าจะปิดช่องแคบดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดสัญญาอย่างชัดเจน
มุมมองผู้เชี่ยวชาญและสถานการณ์ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ
นางคาเรน ยัง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Fareed Zakaria GPS” ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า หากการเจรจาประสบความสำเร็จและเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับคืนสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะ “ดิ่งลงอย่างรุนแรง” เนื่องจากปริมาณน้ำมันจะไหลเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์อเมริกัน (AAA) ระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยต่อแกลลอน ณ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 3.94 ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวลดลงเกือบ 14% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในปัจจุบันยังคงสูงกว่าระดับราคาในช่วงก่อนเกิดสงครามอยู่เกือบ 1 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
