เกาหลีใต้เผชิญวิกฤตคลื่นความร้อนพุ่ง 42.5 องศาฯ สังเวยชีวิตแล้ว 19 ราย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ได้ประกาศยกระดับคำเตือนภัยคลื่นความร้อนสู่ระดับสูงสุดครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงโซลเป็นครั้งแรก หลังจากอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 42.5 องศาเซลเซียส โดยทางการได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดเว้นกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่จำเป็น พร้อมเน้นย้ำให้ดูแลกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์วิกฤตและยอดผู้เสียชีวิต
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาวะคลื่นความร้อนแล้วอย่างน้อย 19 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปรวมอยู่ด้วยถึง 13 ราย
มาตรการรับมือในพื้นที่ต่างๆ
เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความร้อนจัด หลายเมืองได้ติดตั้งจุดพ่นละอองน้ำในพื้นที่สาธารณะ ขณะที่จังหวัดคย็องซังเหนือได้นำเทคโนโลยีโดรนติดลำโพงมาใช้ในการประกาศเตือนภัย รวมถึงการใช้กล้องตรวจจับความร้อนสำรวจพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีประชาชนหนาแน่น อย่างไรก็ตาม แรงงานในภาคก่อสร้างยังคงเผชิญความยากลำบาก โดยแรงงานรายหนึ่งในกรุงโซลเปิดเผยว่า แม้จะมีเวลาพัก 10 นาทีต่อชั่วโมง แต่สภาพพื้นที่ทำงานที่ไร้พัดลมทำให้ต้องนั่งพักในร่มท่ามกลางความร้อนสะสม จนส่งผลให้เกิดบาดแผลจากการเสียดสีของเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
สาเหตุและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา
นักอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการที่ระบบความกดอากาศสูง 2 ระบบ คือ ความกดอากาศสูงแปซิฟิกเหนือ และความกดอากาศสูงทิเบต ปกคลุมคาบสมุทรเกาหลีพร้อมกัน ส่งผลให้ท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆและฝน แสงแดดจึงแผ่ลงสู่พื้นดินโดยตรงอย่างต่อเนื่อง
จับตาอิทธิพลจากไต้ฝุ่นดอลฟิน
ขณะนี้ทางการกำลังเฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่นดอลฟิน ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 13 ของฤดูกาลที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านทะเลทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยคาดว่าพายุลูกนี้จะไม่ขึ้นฝั่งเกาหลีใต้โดยตรง แต่อาจส่งผลต่อระดับความร้อนได้ใน 2 รูปแบบ คือหากเคลื่อนไปทางจีนตะวันออก อาจผลักมวลอากาศร้อนและความชื้นเข้าสู่เกาหลีใต้จนสถานการณ์รุนแรงขึ้น แต่หากเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีมากขึ้น ลมและฝนอาจช่วยบรรเทาความร้อนได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม นักพยากรณ์อากาศเตือนว่าอิทธิพลของพายุอาจทำให้สถานการณ์โดยรวมเลวร้ายลงได้


