นอร์เวย์ประกาศแบน AI ในโรงเรียนประถม มุ่งเน้นฟื้นฟูทักษะการอ่านเขียนแบบดั้งเดิม

ในขณะที่เทคโนโลยี Generative AI กำลังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือแห่งอนาคตในหลายภาคส่วน แต่ล่าสุดประเทศนอร์เวย์ได้ตัดสินใจดำเนินนโยบายครั้งสำคัญด้วยการประกาศสั่งแบนการใช้ AI เกือบทั้งหมดในระดับโรงเรียนประถมศึกษา โดยมาตรการนี้จะเริ่มบังคับใช้ในระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
เหตุผลสำคัญเบื้องหลังการตัดสินใจ
Jonas Gahr Støre นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ได้แถลงข่าวถึงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าการปล่อยให้เด็กเล็กเข้าถึงและใช้ AI ในการเรียนการสอน มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าไปขัดขวางขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาทางสติปัญญาและการเรียนรู้ทักษะพื้นฐาน โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดในโรงเรียนคือการที่เด็กๆ จะต้องเรียนรู้วิธีการอ่าน การเขียน และการคำนวณทางคณิตศาสตร์ด้วยตนเอง
วิกฤตคะแนนสอบและการพึ่งพาเทคโนโลยี
การตัดสินใจครั้งนี้มีที่มาจากข้อมูลสถิติที่น่ากังวล ซึ่งพบว่าคะแนนทดสอบทางการศึกษาของนักเรียนในนอร์เวย์มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่นักเรียนพึ่งพาหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และเทคโนโลยีมากเกินไป จนส่งผลให้ขาดการฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) รวมถึงกระบวนการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก (Trial and Error) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทักษะพื้นฐาน
แผนยุทธศาสตร์ปรับปรุงโครงสร้างการศึกษา
ทั้งนี้ รัฐบาลนอร์เวย์ไม่ได้สั่งแบนแบบเหมาเข่งในทุกระดับ แต่ได้ทำการวิเคราะห์เชิงลึกถึงพฤติกรรมการเรียนรู้และกำหนดแนวทางมาตรฐานใหม่ โดยแบ่งการใช้เทคโนโลยีออกเป็น 3 ระดับตามกลุ่มอายุอย่างชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย
มาตรการแบน AI ในครั้งนี้ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมมาตรการอื่นๆ ควบคู่กันไปอีก 2 ประการ เพื่อมุ่งหวังยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเยาวชนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

