Siam Ready

ธุรกิจ Neocloud ระดมทุนยากขึ้น ตลาดทุนหวั่นหนี้ท่วมหลังทุ่มซื้อจีพียูมหาศาล

•อ่าน ~4 นาที • 1 เข้าชม
ธุรกิจ Neocloud ระดมทุนยากขึ้น ตลาดทุนหวั่นหนี้ท่วมหลังทุ่มซื้อจีพียูมหาศาล
โฆษณา
โฆษณาแทรกในเนื้อหาข่าว
ดูรายละเอียด 728x90
ธุรกิจ Neocloud ระดมทุนยากขึ้น ตลาดทุนหวั่นหนี้ท่วมหลังทุ่มซื้อจีพียูมหาศาล

รายงานจาก Wall Street Journal เปิดเผยถึงความท้าทายครั้งสำคัญของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ยุคใหม่ หรือที่เรียกกันว่า "Neocloud" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่เติบโตมาจากธุรกิจขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีและผันตัวมาให้บริการเช่าจีพียู (GPU) โดยในขณะนี้บริษัทเหล่านี้กำลังเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนักในการระดมทุน ทั้งผ่านการออกหุ้นกู้และการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO)

โมเดลธุรกิจที่ถูกตั้งคำถาม

บริษัทในกลุ่ม Neocloud อาทิ CoreWeave, IREN, Nscale, Nebius และ Lambda มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน คือการระดมทุนในปริมาณมหาศาลเพื่อนำไปจัดซื้อจีพียูจำนวนมาก แล้วนำมาปล่อยเช่าให้กับบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงตามกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุว่าในช่วงปี 2025-2026 มูลค่าการระดมทุนรวมของกลุ่มนี้พุ่งสูงเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตลาดทุนเริ่มเกิดความกังวลและตั้งคำถามว่า รายได้ที่เกิดขึ้นจะเพียงพอต่อการชำระหนี้ก้อนโตเหล่านี้หรือไม่

กลยุทธ์การปรับตัวของบริษัทในกลุ่ม

ในขณะที่หลายบริษัทเลือกออกหุ้นกู้เพื่อหาเงินทุน แต่ Nebius บริษัทจากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเคยเป็นบริษัทแม่ของ Yandex ก่อนจะแยกตัวออกมาในปี 2024 หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ได้เลือกใช้แนวทางที่ต่างออกไป โดย Arkady Volozh ซีอีโอของบริษัทระบุว่า ในเวลานี้บริษัทยังไม่มีแผนออกหุ้นกู้ แต่ใช้วิธีการบริหารจัดการกระแสเงินสดด้วยการขอให้ลูกค้าชำระเงินล่วงหน้าแทน เพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ทั้งนี้ Nebius ได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนจาก NVIDIA และมีพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่อย่าง Microsoft และ Meta

ผลกระทบต่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี (Hyperscaler)

ความกดดันในตลาดทุนยังส่งผลกระทบต่อกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscaler) ที่กำลังประกาศผลประกอบการในช่วงนี้ โดยนักลงทุนเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เห็นได้จากหุ้นของ Alphabet ที่ปรับตัวลดลงแม้ผลประกอบการจะมีการเติบโต หรือกรณีของ Intel ที่หุ้นร่วงลงถึง 29% แม้รายได้จะเติบโตขึ้น 21% ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ยังคงมีความได้เปรียบในการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในศักยภาพการสร้างรายได้ที่หลากหลายมากกว่า ทำให้สามารถระดมทุนได้ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ากลุ่ม Neocloud อย่างเห็นได้ชัด เช่นกรณีของ Meta ที่ระดมทุนได้สูงถึง 97.5 พันล้านดอลลาร์ผ่านการขายหุ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างสถานะทางการเงินของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีและบริษัทในกลุ่ม Neocloud ในปัจจุบัน

ธุรกิจ Neocloud ระดมทุนยากขึ้น ตลาดทุนหวั่นหนี้ท่วมหลังทุ่มซื้อจีพียูมหาศาล
โฆษณา
แบนเนอร์ท้ายบทความ ครอบคลุมทุกสายตา
ดูรายละเอียด 970x250

ข่าวที่เกี่ยวข้อง