Meta ยอมให้ซักเคอร์เบิร์กขายหุ้นจ่ายภาษี แลกอยู่แคลิฟอร์เนียต่อ 8 ปี หลังขู่ย้ายรัฐ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สำนักงานใหญ่ของ Meta ได้ข้อสรุปสำคัญ เมื่อคณะกรรมการบริษัทบรรลุข้อตกลงกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก โดยอนุญาตให้เขาสามารถขายหุ้นเพื่อนำเงินไปชำระภาษีมหาเศรษฐีได้ แลกกับการที่เขาจะต้องปักหลักบริหารงานจากสำนักงานใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนียต่อไปอีกเป็นเวลา 8 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเรื่องการขู่ย้ายออกจากรัฐดังกล่าว
เดิมพันอำนาจควบคุมบริษัท
ซักเคอร์เบิร์กได้ให้เหตุผลต่อคณะกรรมการว่า การย้ายสำนักงานใหญ่นั้นจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและสาธารณะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังอาจนำไปสู่ข้อกังขาต่อทิศทางการบริหารงานในอนาคต ทั้งนี้ ปัจจุบันซักเคอร์เบิร์กยังคงถือครองสิทธิออกเสียงใน Meta สูงถึง 61% โดยคณะกรรมการพิเศษของบอร์ดมองว่าการที่เขายังคงนำทัพจากแคลิฟอร์เนียเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเผชิญหน้ากับการแข่งขันด้าน AI ที่ดุเดือดและท้าทายกว่าครั้งใดๆ
ทุ่มงบลงทุน AI มหาศาล
เอกสารของ Meta ระบุถึงแผนการระดมเงินทุนหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงหลายปีข้างหน้า ซึ่งอาจเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2026 เพื่อสนับสนุนแผนการเติบโตด้าน AI โดยการออกหุ้น Class C จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการซื้อกิจการและรักษาบุคลากรระดับหัวกะทิไว้ได้ โดยที่ซักเคอร์เบิร์กยังคงรักษาอำนาจการควบคุมบริษัทไว้ได้เช่นเดิม
ซูซาน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Meta ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การออกหุ้นใหม่นี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการหาเงินทุนสำหรับโครงการ AI ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 นี้ Meta ได้วางแผนใช้จ่ายงบประมาณในโครงการ AI สูงถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งส่งผลให้กระแสเงินสดของบริษัทติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นเมื่อ 14 ปีก่อน
นักลงทุนกังวล หุ้นร่วงหนัก
การทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลโดยที่ยังไม่เห็นตัวเลขรายได้ใหม่ที่ชัดเจน ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลอย่างหนัก จนราคาหุ้นของ Meta ปรับตัวลดลงกว่า 7% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.38 ล้านล้านบาท) ในขณะที่ กาเบรียล ซุกมัน นักเศรษฐศาสตร์ผู้ร่วมร่างข้อเสนอภาษีมหาเศรษฐี ได้ให้ความเห็นเชิงวิพากษ์ว่า การขู่ย้ายออกของเหล่ามหาเศรษฐีมักเป็นเพียงกลยุทธ์ในการปลุกความกลัว แต่ในทางปฏิบัติมักเกิดขึ้นจริงได้น้อยมาก


