เจดี แวนซ์ ยัน MOU สหรัฐฯ-อิหร่านมีผลแล้ว ลั่นไม่ทำตามสัญญาไม่มีทางได้เงิน

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงการณ์ปกป้องบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะนำไปสู่ช่วงเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาในขั้นตอนต่อไป
ความไม่แน่นอนของกำหนดการลงนาม
เดิมทีนายแวนซ์มีกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ เพื่อเข้าร่วมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการและหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในอนาคต อย่างไรก็ตาม รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณว่าแผนการเดินทางดังกล่าวอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่าตนยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการเดินทางในครั้งนี้
เงื่อนไขเข้มงวดและการตรวจสอบแบบองค์รวม
นายแวนซ์เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า อิหร่านจะไม่ได้รับเงินทุนหรือการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีการพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันที่ระบุไว้ใน MOU อย่างครบถ้วน โดยสหรัฐฯ จะใช้แนวทางพิจารณาแบบ “องค์รวม” ในการประเมินสถานการณ์ ซึ่งจะครอบคลุมถึงการติดตามว่ารัฐบาลอิหร่านยังคงให้เงินสนับสนุนการโจมตีในพื้นที่ต่างๆ หรือมีความพยายามจัดหาวัสดุนิวเคลียร์หรือไม่
นอกจากนี้ นายแวนซ์ยังกล่าวถึงทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ อายัดไว้ว่ามีมูลค่ามหาศาล ซึ่งคาดว่าอาจสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมทั้งคาดหวังว่าอิหร่านจะยอมเปิดทางให้ผู้ตรวจสอบนิวเคลียร์เข้าถึงพื้นที่ได้ ทั้งนี้ นายแวนซ์ยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงรักษาความพร้อมในการกลับไปดำเนินปฏิบัติการทางทหารได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์จำเป็น
การปกป้องท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์
ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายแวนซ์ได้วิพากษ์วิจารณ์สมาชิกบางกลุ่มในรัฐบาลอิสราเอลที่ออกมาโจมตี โดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับข้อตกลงฉบับนี้ โดยเขายืนยันว่านายทรัมป์เป็นผู้นำเพียงคนเดียวในโลกขณะนี้ที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจอิสราเอลอย่างแท้จริง ในฐานะผู้นำของประเทศมหาอำนาจโลก
