ญี่ปุ่นเดินหน้าใช้ 'ระบบสองราคา' เก็บค่าเข้าชมต่างชาติเพิ่ม 3 เท่า แก้ปัญหาทัวร์ล้นเมือง

สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยล่าสุดแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งในญี่ปุ่นได้ประกาศใช้นโยบาย ‘ระบบสองราคา’ (Dual Pricing) อย่างเป็นทางการ เพื่อมุ่งหวังในการบริหารจัดการปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยว และจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับใช้ในการบำรุงรักษาโบราณสถานและสถานที่สำคัญต่างๆ ให้มีความยั่งยืน
ญี่ปุ่นชูการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก
หากพิจารณาจากข้อมูลเชิงตัวเลข จะพบว่าภาคการท่องเที่ยวได้ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 16.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 9.5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เม็ดเงินมหาศาลจากการท่องเที่ยวนี้ มีมูลค่าสูงกว่ารายได้จากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่มีมูลค่าอยู่ที่ 6.6 ล้านล้านเยน สะท้อนให้เห็นว่าในปัจจุบัน การท่องเที่ยวได้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้จากเงินตราต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นไปแล้ว
ผลลัพธ์จากการปรับราคา: รายได้พุ่ง แม้นักท่องเที่ยวลดลง
จากการนำนโยบายระบบสองราคามาปรับใช้ โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตราที่สูงกว่าปกติถึง 3 เท่า ผลปรากฏว่าในเดือนแรกของการดำเนินงาน รายได้รวมในพื้นที่ที่ประกาศใช้มาตรการดังกล่าวพุ่งทะยานขึ้นเท่าตัว สู่ระดับ 270 ล้านเยน แม้ว่าในเชิงสถิติจะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงไปประมาณ 15.8% ก็ตาม ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงการปรับสมดุลระหว่างจำนวนผู้เข้าชมและรายได้ที่ได้รับอย่างมีนัยสำคัญ

