กลุ่มสิทธิมนุษยชนแฉ อิหร่านเร่งประหารนักโทษการเมืองพุ่งเกือบ 3 เท่าในปี 2569

กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (IHR) องค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งมีฐานปฏิบัติงานอยู่ในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังใช้สถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกาเป็นข้ออ้างในการเร่งรัดกระบวนการประหารชีวิตนักโทษการเมืองให้มีความถี่มากขึ้น โดยสถิติในช่วงปี 2569 นี้ พบว่ายอดผู้ถูกประหารชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
สถิติการประหารชีวิตที่พุ่งสูงขึ้น
รายงานจาก IHR ระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2569 เป็นต้นมา มีนักโทษการเมืองถูกประหารชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 47 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีการประหารชีวิตนักโทษในลักษณะเดียวกันไป 16 ราย โดยทางกลุ่มเชื่อว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังใช้จังหวะที่ทั่วโลกกำลังจับจ้องความขัดแย้งระหว่างประเทศเป็นฉากบังหน้าในการดำเนินการดังกล่าว
สถานการณ์การปราบปรามผู้ประท้วง
ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2568 ประเทศอิหร่านเผชิญกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ลุกลามไปทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนั้น นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงท่าทีเตือนผู้นำในกรุงเตหะรานเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุม โดยระบุว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ประท้วง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ท่าทีของทำเนียบขาวเริ่มผ่อนปรนลงเนื่องจากความเหนื่อยหน่ายต่อความขัดแย้งและผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้การสนับสนุนกลุ่มผู้เห็นต่างในอิหร่านค่อยๆ ลดน้อยถอยลงตามลำดับ
ในส่วนของความสูญเสียจากการปราบปรามการประท้วง สำนักข่าวของนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีฐานปฏิบัติงานอยู่ในสหรัฐฯ ยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตได้แล้วมากกว่า 6,000 ราย และยังคงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกกว่า 17,000 ราย
ขณะที่ทางรัฐบาลอิหร่านได้ออกมายอมรับว่ามีผู้เสียชีวิตจากการประท้วงมากกว่า 3,000 ศพ แต่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบโดยระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อจลาจล พร้อมทั้งกล่าวอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่มีอิสราเอลเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
