เปิดประวัติศาสตร์ 'กะหล่ำปลี' ผักคู่ครัวไทยกับพระกรณียกิจของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

เชื่อหรือไม่ว่าผักพื้นฐานที่พบได้ทั่วไปในเมนูอาหารไทยอย่าง 'กะหล่ำปลี' ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ต้มจืด หรือเครื่องเคียงในเมนูสุกี้และหมูกระทะนั้น มีที่มาที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ล้านนาอย่าง พระราชชายาเจ้าดารารัศมี
จากพืชต่างถิ่นสู่การทดลองในสวนเจ้าสบาย
ในอดีต กะหล่ำปลีและพืชผักเมืองหนาวหลายชนิดไม่ใช่พืชที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย แต่ด้วยพระวิสัยทัศน์ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ที่ทรงสนพระทัยด้านการเกษตรและการพัฒนาพันธุ์พืช พระองค์จึงทรงนำเมล็ดพันธุ์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาทดลองเพาะปลูก ณ 'สวนเจ้าสบาย' ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์ทดลองทางการเกษตรในยุคนั้น
จากการบันทึกข้อมูลพบว่า กะหล่ำปลีเป็นหนึ่งในพืชที่พระองค์ทรงทดลองนำเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศมาปลูกจนประสบความสำเร็จ ก่อนจะทรงขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปทดลองปลูกต่อ จนกระทั่งกลายเป็นพืชที่แพร่หลายในพื้นที่เชียงใหม่ในที่สุด
มากกว่าแค่กะหล่ำปลี: การวางรากฐานเกษตรกรรม
นอกเหนือจากกะหล่ำปลีแล้ว สวนเจ้าสบายยังเป็นพื้นที่ทดลองพืชผักที่ต้องการอากาศเย็นอีกหลายชนิด อาทิ แครอต บีทรูท แคนตาลูป และหน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงการพัฒนาพันธุ์ลำไย และการนำเครื่องมือรวมถึงวิธีการทางการเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยทุ่นแรงในการทำสวน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สวนแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้และต่อยอดเพื่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง
เกียรติประวัติและพระกรณียกิจ
พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 และเป็นพระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักสยามและล้านนาในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น ในครั้งต่อไปที่คุณรับประทานกะหล่ำปลี ขอให้ระลึกว่าผักหัวกลมที่เห็นอยู่นี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการทดลองทางการเกษตรและพระกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้ทรงสร้างไว้เมื่อกว่าร้อยปีก่อน



