ตลาดพีซีไตรมาส 2/2026 ซบเซา ยอดขายลด 4% ผลพวงจากราคาหน่วยความจำพุ่ง

Counterpoint Research ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยระบุว่ายอดจำหน่ายทั่วโลกอยู่ที่ 65 ล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลง 4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และนับเป็นการหดตัวครั้งแรกของตลาดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2025 เป็นต้นมา โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเลขดังกล่าวคือภาวะราคาหน่วยความจำหรือแรม (RAM) ที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์แบรนด์ยักษ์ใหญ่และการเติบโตสวนกระแส
ในส่วนของส่วนแบ่งการตลาด 3 อันดับแรกยังคงเป็นเจ้าตลาดเดิม ได้แก่ Lenovo ครองส่วนแบ่งที่ 25.6%, HP อยู่ที่ 20% และ Dell ที่ 14.3% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุว่าทั้ง 3 แบรนด์ต่างมียอดขายที่ปรับตัวลดลงทั้งหมด
ในขณะที่ภาพรวมตลาดอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่มีผู้ผลิตสองรายที่สามารถสร้างการเติบโตได้ ได้แก่ Apple ที่มียอดขายพุ่งสูงขึ้นถึง 13% โดยได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม MacBook Neo รวมถึง ASUS ที่มีการเติบโตอยู่ที่ 4% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์รุกตลาดด้วยการนำเสนอพีซีที่ใช้สถาปัตยกรรม Arm ที่มีความหลากหลายมากกว่าคู่แข่งในตลาด
ต้นทุนแรมกดดันราคาขายกระทบผู้บริโภค
แม้ว่าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ความผันผวนของราคาหน่วยความจำจะเริ่มเบาบางลงเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นภาระหนักที่ผู้ผลิตต้องแบกรับ ส่งผลให้ผู้ผลิตพีซีหลายรายจำเป็นต้องปรับเพิ่มราคาจำหน่ายสินค้าขึ้น ซึ่งรวมถึงกรณีที่ Apple ได้ดำเนินการปรับราคาไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มลูกค้าในตลาดระดับล่างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
