ไมโครซอฟท์เปิดตัว Project Zenith พลิกโฉม Windows 11 เพื่อนักพัฒนา AI

ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัว Project Zenith ซึ่งเป็น Windows 11 เวอร์ชันพิเศษที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องการใช้งานด้าน AI โดยเฉพาะ โดยระบบนี้ถูกออกแบบมาให้รองรับการประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ที่มีพารามิเตอร์ตั้งแต่ 30B ขึ้นไปได้โดยตรงภายในเครื่อง
ข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง
เพื่อให้การทำงานของ AI เป็นไปอย่างราบรื่น Project Zenith จึงต้องการฮาร์ดแวร์ที่มีสมรรถนะสูง โดยต้องมีหน่วยความจำแบบ unified memory ขนาดไม่ต่ำกว่า 64GB และมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำเกินกว่า 250 GB/s สำหรับฮาร์ดแวร์กลุ่มแรกที่จะรองรับการใช้งานนี้จะอิงอยู่บนมินิพีซีที่ใช้ชิป AMD Ryzen AI Halo และจะมีฮาร์ดแวร์ที่ใช้ชิปประมวลผลจากค่ายอื่นๆ ทยอยรองรับตามมาในอนาคต
เครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาพร้อมใช้งาน
เพื่อให้นักพัฒนาสามารถเริ่มงานได้ทันที Project Zenith จึงมาพร้อมกับชุดเครื่องมือมาตรฐานที่จำเป็นสำหรับการเขียนโค้ดและการรันโมเดล AI ประกอบด้วย:
- VS Code และ GitHub Copilot
- PowerToys
- Windows CLI และ Windows Terminal
- PowerShell 7
- .NET 10
- WSL 2 ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Ubuntu มาให้พร้อมใช้งาน
การปรับแต่งสภาพแวดล้อมเพื่อนักพัฒนา
นอกจากเครื่องมือที่ครบครันแล้ว Project Zenith ยังมีการตั้งค่าพื้นฐานของระบบปฏิบัติการใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของนักพัฒนา เช่น การตั้งค่าให้ Explorer แสดงนามสกุลไฟล์และไฟล์ที่ถูกซ่อนอยู่, การปิดการแสดงผลไฟล์ล่าสุด (recent files), การปิดการแจ้งเตือนต่างๆ เพื่อลดการรบกวน รวมถึงการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Command Palette ของ PowerToys ซึ่งช่วยให้การเรียกใช้คำสั่งต่างๆ ทำได้รวดเร็วในลักษณะเดียวกับ Spotlight บน macOS
