เปิดตำนานหินบลูแซฟไฟร์ 30 กก. หลังเก็บเกือบ 40 ปี ตัดสินใจผ่าพิสูจน์เนื้อใน

หลังจากเก็บรักษาหินบลูแซฟไฟร์น้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัมไว้ที่มุมบ้านมานานเกือบ 40 ปี ในที่สุด เซี่ย ชางถิง เจ้าของหินก้อนดังกล่าวได้ตัดสินใจนำหินออกมาผ่าเพื่อสำรวจเนื้อใน เนื่องจากสังเกตเห็นว่ารอยแตกร้าวบนพื้นผิวมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการขาดการดูแลรักษาที่เหมาะสมตามกาลเวลา ทำให้เกิดความกังวลว่าหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ อาจไม่มีโอกาสได้เห็นเนื้อแท้ของหินก้อนนี้อีกเลย
เผยเนื้อในหลังผ่าครั้งแรก
เมื่อเริ่มกระบวนการผ่าหิน ช่างตัดหินได้แสดงความเห็นว่าเนื้อด้านในที่ปรากฏออกมามีความสวยงามและสามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องประดับได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกำไล แหวนหัวพลอย หรือจี้สร้อยคอ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีที่ร่วมสังเกตการณ์กลับมีความเห็นในมุมที่ต่างออกไป โดยระบุว่าค่อนข้างน่าเสียดายที่เนื้อหินยังไม่พบความโปร่งใสในระดับที่เรียกว่า “แก้ว” หรือ “น้ำแข็ง” ตามที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้
ผลลัพธ์และการตัดสินใจในอนาคต
ภายหลังการผ่าครั้งแรก เซี่ย ชางถิง ได้ตัดสินใจให้ช่างดำเนินการผ่าเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อสำรวจความละเอียดของเนื้อหินให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้หินก้อนใหญ่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชิ้น แบ่งเป็นชิ้นใหญ่ 2 ชิ้น และชิ้นเล็กอีก 1 ชิ้น
แม้ผลลัพธ์จะยังไม่พบเนื้อที่ใสสะอาดในระดับสูง แต่ในมุมมองของช่างตัดหินก็ยังยืนยันว่าเนื้อหินมีความสวยงามในตัว สำหรับอนาคตของ “ไต้หวันบลูแซฟไฟร์” ทั้ง 3 ชิ้นนี้ เจ้าของยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างแน่ชัดว่าจะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อ ปัจจุบันหินเหล่านี้จึงกลายเป็นของตกแต่งชิ้นสำคัญที่รอเวลาการตัดสินใจในขั้นตอนต่อไป




