เตือนภัยกลโกง Deepfake! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมใบหน้าและเสียงคนใกล้ชิด หลอกโอนเงินผ่านวิดีโอคอล

ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและแยบยลยิ่งขึ้น เมื่อมิจฉาชีพหันมาใช้เทคโนโลยี Deepfake เข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการหลอกลวงเหยื่อ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการจำลองใบหน้าและเสียงของบุคคลที่เหยื่อรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการวิดีโอคอล ก่อนจะออกอุบายขอความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเร่งด่วน
กลโกงที่แนบเนียนขึ้นด้วย AI
จากการตรวจสอบพบว่า มิจฉาชีพมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลจากโซเชียลมีเดียของเหยื่อมาใช้ในการฝึกฝน AI เพื่อให้การเคลื่อนไหวของใบหน้า น้ำเสียง และท่าทางมีความสมจริงมากขึ้น ส่งผลให้การสังเกตด้วยตาเปล่าในระหว่างการสนทนาทำได้ยากยิ่งกว่าในอดีต ซึ่งมักจะสร้างสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อบีบคั้นให้เหยื่อรีบโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารโดยไม่ทันได้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน
วิธีป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ Deepfake
หน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามแนวทางเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ ดังนี้:
- ใช้คำถามเฉพาะตัว: ควรมีการตกลงหรือตั้งคำถามที่รู้กันเพียงสองคน เพื่อใช้ยืนยันตัวตนในกรณีที่มีการติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านวิดีโอคอล
- ตรวจสอบผ่านช่องทางอื่น: หากได้รับการติดต่อที่ดูน่าสงสัย ให้วางสายแล้วโทรศัพท์กลับไปยังเบอร์ส่วนตัวของบุคคลนั้นที่บันทึกไว้ในสมุดโทรศัพท์โดยตรง เพื่อยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ติดต่อมาจริงหรือไม่
- ตั้งสติก่อนโอน: อย่าหลงเชื่อความเร่งด่วนที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น ควรตรวจสอบรายละเอียดบัญชีปลายทางและสอบถามข้อมูลให้ชัดเจนก่อนทำธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง
การรู้เท่าทันเทคโนโลยีและไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการปกป้องทรัพย์สินของท่านจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน