ไครเมียสั่งระงับขายน้ำมันให้ประชาชน หลังยูเครนโหมโจมตีคลังเชื้อเพลิงต่อเนื่อง

สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่แคว้นไครเมียทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุดทางการแคว้นไครเมียที่ถูกรัสเซียผนวกรวม ได้ออกประกาศระงับการจำหน่ายน้ำมันให้แก่ประชาชนทั่วไปอย่างเป็นทางการ หลังจากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในพื้นที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากยูเครนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นมาตรการจำกัดด้านพลังงานที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่นี้
เหตุโดรนโจมตีเมืองเคิร์ช
นายอัคซอนอฟ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์โดรนของยูเครนเข้าโจมตีคลังน้ำมันในเมืองเคิร์ช (Kerch) เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 28 ราย โดยทางด้าน นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมากล่าวถึงปฏิบัติการดังกล่าวว่าเป็น “การตอบโต้อย่างชอบธรรม” ต่อการกระทำของรัสเซีย
กลยุทธ์ตัดท่อน้ำเลี้ยงกองทัพ
นายเซเลนสกี ยังระบุด้วยว่า กองทัพยูเครนได้ปฏิบัติการโจมตีฐานโลจิสติกส์เพื่อการขนส่งน้ำมันในแคว้นคราสโนดาร์ของรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับไครเมียโดยมีช่องแคบเคิร์ชกั้นอยู่ นอกจากนี้ยังมีการโจมตีฐานการขนส่งทางทหารและระบบเรดาร์เพิ่มเติม แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยพิกัดที่แน่ชัดออกมาก็ตาม
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า เป้าหมายหลักของยูเครนในเวลานี้คือการตัดท่อน้ำเลี้ยงที่จะนำไปสนับสนุนกองทัพรัสเซีย ผ่านการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกน้ำมัน อีกทั้งยังต้องการสร้างความระส่ำระสายภายในสังคมรัสเซีย เพื่อหวังให้เกิดแรงกดดันจากประชาชนบีบให้ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา
อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณบวกจากฝั่งรัสเซีย โดยนายวลาดิเมียร์ ปูติน ยังคงยืนกรานปฏิเสธคำเชิญของนายเซเลนสกีที่เรียกร้องให้มีการเจรจาแบบพบหน้ากันเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
