อีโบลาระบาดหนักในคองโก ยอดตายพุ่ง 600 ศพ Africa CDC ชี้แพร่เชื้อเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ยังคงน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยล่าสุดมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 600 รายแล้ว ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้ออกมาเตือนว่า การระบาดในระลอกนี้ถือเป็นการแพร่กระจายที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้
การระบาดที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุด
นายมานคูลา จาก Africa CDC เปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบที่น่าตกใจว่า ในการระบาดครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างปี 2013-2016 ในแอฟริกาตะวันตกนั้น มีผู้ป่วย 994 รายในช่วง 6 สัปดาห์แรก แต่สำหรับการระบาดในครั้งปัจจุบัน พบผู้ป่วยสูงถึง 1,596 รายในช่วงเวลาเดียวกัน นายมานคูลาระบุว่าไวรัสตัวนี้กำลังก้าวล้ำหน้ามาตรการรับมือ และมีการประเมินว่าจำนวนผู้ติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทุก ๆ 28 วัน
ข้อมูลการระบาดและสายพันธุ์ไวรัส
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าไวรัสที่กำลังระบาดคือสายพันธุ์ "บันดิบูเกียว" (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยากและยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ โดยการระบาดครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 17 ของดีอาร์คองโก เริ่มประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 โดยมีจุดเริ่มต้นที่จังหวัดอิตูรี ก่อนจะลุกลามไปยังอีก 3 จังหวัดใกล้เคียง
- อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย (Case fatality rate) อยู่ที่ร้อยละ 34
- มีผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 285 ราย
- มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอีก 304 ราย
ความท้าทายในการควบคุมสถานการณ์
ปัจจุบันมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในการควบคุมการระบาดและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยปัจจัยหลักที่ทำให้การควบคุมเป็นไปอย่างยากลำบาก ได้แก่ การเคลื่อนย้ายของประชากร สถานการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อ และความเปราะบางของระบบสาธารณสุขในพื้นที่
ในด้านการเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่กำลังติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดมากกว่า 10,000 ราย โดยมีอัตราการติดตามผลอยู่ที่ร้อยละ 82 ซึ่ง WHO มองว่าจำเป็นต้องยกระดับให้ถึงร้อยละ 95 เพื่อให้สามารถควบคุมโรคได้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการในท้องถิ่นให้สามารถตรวจตัวอย่างได้มากกว่า 2,000 ตัวอย่างต่อวัน จากเดิมที่ทำได้เพียง 30 ตัวอย่างในเมืองหลวง
