วิกฤตชิป AI พ่นพิษ! ผู้ผลิตมือถือจีนแห่ลดเป้าผลิต 30% สะเทือนตลาดโลกปี 2026

อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนในประเทศจีนกำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ ซึ่งถูกดึงไปใช้ในศูนย์ข้อมูล AI เป็นหลัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ที่ต้องปรับลดเป้าหมายการผลิตลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิกฤตชิป AI สั่นคลอนห่วงโซ่อุปทานสมาร์ตโฟน
กระแสการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนทั่วโลก เนื่องจากชิ้นส่วนหน่วยความจำถูกจัดสรรไปใช้ในศูนย์ข้อมูล AI มากขึ้น ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในตลาดสินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไป จนผู้ผลิตสมาร์ตโฟนบางรายต้องตัดสินใจลดเป้าหมายการผลิตลงถึง 30% เพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น
Xiaomi ปรับลดเป้าหมายจัดส่งครั้งใหญ่
รายงานระบุว่า Xiaomi ซึ่งเดิมเคยคาดการณ์ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนในปี 2026 ไว้ที่ 135 ล้านเครื่อง (จากปีก่อนหน้าที่ทำได้ 170 ล้านเครื่อง) ล่าสุดได้แจ้งไปยังซัพพลายเออร์ให้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ลงถึง 30% เหลือเพียง 95 ล้านเครื่องเท่านั้น โดยตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะลดลงไปได้อีกหากปัญหาการจัดหาชิ้นส่วนยังไม่คลี่คลาย ทั้งนี้ ความท้าทายที่สำคัญของ Xiaomi คือการรักษาจุดขายด้านความคุ้มค่าท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจนยากจะควบคุม
แบรนด์จีนรายอื่นได้รับผลกระทบถ้วนหน้า
สถานการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น OPPO และ vivo ที่ได้ปรับลดเป้าหมายยอดจัดส่งในปี 2026 ลงเหลือต่ำกว่า 90 ล้านเครื่อง ขณะที่ HONOR ได้แจ้งต่อซัพพลายเออร์ว่าอาจไม่สามารถทำยอดจัดส่งได้ถึง 71 ล้านเครื่องเหมือนเช่นปีก่อนหน้า โดยบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนระบุว่า การปรับลดเป้าหมายการผลิตลง 15-30% ได้กลายเป็น 'ความปกติใหม่' ของผู้ผลิตมือถือจีนในปีนี้
ชะลอแผนเปิดตัวรุ่นใหม่และแนวโน้มตลาดโลก
ความไม่แน่นอนด้านชิ้นส่วนส่งผลให้หลายบริษัทต้องพับแผนการเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่เพื่อลดความเสี่ยง เช่น กรณีของ Meizu ที่มีการยกเลิกโปรเจกต์ Meizu 22 Air และ Meizu 23 ไปก่อนหน้านี้ ด้านหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Counterpoint Research และ IDC ต่างประเมินตรงกันว่า ตลาดสมาร์ตโฟนโลกในปี 2026 อาจหดตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 14% โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์จีนอย่าง Xiaomi, OPPO, vivo และ HONOR ที่คาดว่ายอดจัดส่งอาจลดลงถึง 21%

