จีนสั่งเรียกคืนรถ 4.3 ล้านคัน จ่อแบนมือจับประตูแบบซ่อนปี 2570

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศจีน เมื่อ Tesla และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อีก 8 บริษัท ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์รวมกันประมาณ 4.3 ล้านคัน ถือเป็นการเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีน โดยมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลของหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเปิดประตูรถกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง
สาเหตุและมาตรการแก้ไข
ทางการจีนแสดงความกังวลว่า ผู้โดยสารอาจไม่สามารถออกจากตัวรถได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้มือจับประตูแบบซ่อน (Flush Door Handles) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เนื่องจากดีไซน์ที่ทันสมัยและช่วยลดแรงต้านอากาศ ทั้งนี้ มาตรการแก้ไขที่แต่ละค่ายรถจะดำเนินการ ได้แก่ การติดตั้งป้ายเตือนระบุตำแหน่งมือจับประตูฉุกเฉิน และการอัปเดตซอฟต์แวร์จากระยะไกล (Over-the-Air: OTA) เพื่อให้กระจกรถลดระดับลงโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน
Tesla นำทัพเรียกคืนสูงสุด
Tesla เป็นผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีการเรียกคืนรถยนต์ประมาณ 2.98 ล้านคัน ครอบคลุมทั้งรุ่น Model 3, Model Y, Model S และ Model X ทั้งที่นำเข้าและผลิตในประเทศจีน โดยบริษัทจะเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ตามที่ได้แจ้งต่อสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR)
รายชื่อผู้ผลิตรายอื่นที่ร่วมดำเนินการ
นอกจาก Tesla แล้ว ยังมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนรายสำคัญร่วมเรียกคืนรถยนต์ด้วย ได้แก่:
- Xiaomi ประมาณ 390,000 คัน
- Leapmotor ประมาณ 371,000 คัน
- Xpeng ประมาณ 264,000 คัน
สำหรับบริษัทอื่นๆ ที่เหลือได้ยื่นเรื่องเรียกคืนต่อหน่วยงานกำกับดูแลในจำนวนที่น้อยกว่า โดยทาง Leapmotor ระบุว่าบริษัทได้ดำเนินการตามกระบวนการเพื่อความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งานผ่านการติดตั้งป้ายเตือนและอัปเกรดซอฟต์แวร์ควบคุมกระจกไฟฟ้า
เตรียมแบนมือจับประตูแบบซ่อนถาวร
ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของมือจับประตูแบบซ่อนได้รับความสนใจอย่างมาก หลังจากมีรายงานข่าวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา กรณีอุบัติเหตุรถยนต์ไฟฟ้าที่เกิดไฟไหม้และผู้ช่วยเหลือไม่สามารถเปิดประตูเพื่อนำตัวผู้ขับขี่ออกมาได้ ส่งผลให้รัฐบาลจีนประกาศเตรียมสั่งห้ามใช้มือจับประตูแบบซ่อนในรถยนต์รุ่นใหม่ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้จีนเป็นประเทศแรกที่ยกเลิกการออกแบบดังกล่าว ทั้งนี้ ในส่วนของตลาดสหรัฐอเมริกา ทางหน่วยงานความปลอดภัยบนท้องถนน (NHTSA) ระบุว่ายังไม่มีการแจ้งแผนเรียกคืนรถยนต์ในลักษณะเดียวกันแต่อย่างใด
