BFI Thailand ชูบทเรียนจากอินเดีย ถอดรหัส ‘อธิปไตยทางเทคโนโลยี’ เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย

กรุงเทพฯ, 18 สิงหาคม 2569 — BFI Thailand หรือสถาบัน Boiling Frog Institute ได้เริ่มภารกิจในฐานะคลังสมองอิสระที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวของประเทศไทย ก่อนที่ปัญหาเหล่านั้นจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสถาบันแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดย ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้ซึ่งเคยนำเสนอแนวคิดเรื่อง “วิกฤตต้มกบ” (Boiling Frog Crisis) เมื่อเดือนมีนาคม 2560 เพื่อเตือนภัยถึงการถดถอยของขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ สิ่งทอ และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ปัจจุบัน BFI Thailand ขับเคลื่อนภายใต้หลักการ “Bridging, Framework, Impact” เพื่อเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ พัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม
ถอดบทเรียนจากอินเดียสู่ยุทธศาสตร์ไทย
กิจกรรมสำคัญประเดิมการดำเนินงานของสถาบัน คือการจัดเสวนาโต๊ะกลมในหัวข้อ “From India to Thailand: Rethinking Technological Sovereignty” โดยเชิญ Pranjal Sharma นักคิดเชิงกลยุทธ์ชาวอินเดียมาแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับตัวแทนจากภาครัฐ ภาคการทูต ภาคธุรกิจ และนักวิชาการ โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญ อาทิ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, Navodit Verma หัวหน้าฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย และ Veena Upadhya ผู้นำภาคธุรกิจ
ประเด็นหลักของการเสวนาอ้างอิงจากหนังสือ “India Innovates: Technological Sovereignty in a Weaponized World” (ตีพิมพ์ปี 2026) ของ Pranjal Sharma ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ในโลกที่เทคโนโลยีถูกใช้เป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องลดการพึ่งพาแหล่งผลิตจากภายนอกเพียงแหล่งเดียว เพื่อรักษาความสามารถในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของตนเอง โดยเน้นว่าอธิปไตยทางเทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงการผลิตทุกอย่างเอง แต่คือการสร้างขีดความสามารถในประเทศและการกระจายพันธมิตรที่เชื่อถือได้
การปรับตัวท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจ
ผู้เข้าร่วมเสวนาเห็นพ้องกันว่า ไทยควรนำบทเรียนจากอินเดียมาปรับใช้ โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่ต้องมาพร้อมกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาผู้ผลิตในท้องถิ่น และการยกระดับทักษะแรงงาน แทนที่จะวัดความสำเร็จจากมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ทุนมนุษย์” ที่ต้องเร่งพัฒนาทั้งวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
งานเสวนาครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง BFI Thailand และ Observer Research Foundation (ORF) ของอินเดีย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเสนอแนวทางความร่วมมือในหลายด้าน เช่น เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และแม้กระทั่งการยกระดับภูมิปัญญาการแพทย์แผนดั้งเดิมด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว ย้ำว่าเป้าหมายของ BFI Thailand ไม่ใช่เพียงการเตือนว่า “น้ำกำลังร้อนขึ้น” แต่คือการสร้างพื้นที่เปิดกว้างให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง อภิปรายแนวทางแก้ไข และลงมือปฏิบัติก่อนที่จะสายเกินไป




