เตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงคนใกล้ชิด หลอกโอนเงิน พุ่งเป้าผู้สูงอายุ

ภัยเงียบยุคดิจิทัล: มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงคนใกล้ชิด
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับสถิติการร้องเรียนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยพบว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2566-2567 มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ 'Voice-Cloning AI' หรือการปลอมแปลงเสียงด้วยปัญญาประดิษฐ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
พฤติการณ์กลโกง: จากคลิปสั้นสู่การเลียนแบบเสียง
รูปแบบการก่อเหตุของมิจฉาชีพในปัจจุบันมีความซับซ้อนขึ้น โดยคนร้ายจะรวบรวมคลิปเสียงสั้นๆ ของเหยื่อจากสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อนำไปประมวลผลผ่านโปรแกรม AI ให้สามารถเลียนแบบน้ำเสียง จังหวะการพูด และโทนเสียงของคนใกล้ชิดได้อย่างแนบเนียน ก่อนจะโทรศัพท์ติดต่อไปยังกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อสร้างสถานการณ์ว่าประสบอุบัติเหตุหรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน
พัฒนาการของเทคโนโลยี Real-time Voice Cloning
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการนำเทคโนโลยี 'Real-time Voice Cloning' มาใช้ ซึ่งช่วยให้มิจฉาชีพสามารถโต้ตอบบทสนทนาได้ทันทีในขณะที่โทรศัพท์คุยกับเหยื่อ ทำให้การแยกแยะระหว่างเสียงจริงและเสียงที่ถูกสร้างขึ้นทำได้ยากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้มิจฉาชีพได้ง่ายขึ้น
คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย
เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำสำคัญสำหรับประชาชนและครอบครัว ดังนี้:
- หากได้รับสายจากคนใกล้ชิดที่อ้างว่าเดือดร้อนทางการเงิน ให้ตั้งสติและวางสายทันที
- โทรติดต่อกลับไปยังหมายเลขส่วนตัวของบุคคลนั้นโดยตรงเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
- ควรมีการตกลง 'รหัสลับประจำครอบครัว' เพื่อใช้ยืนยันตัวตนก่อนการทำธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง
การรู้เท่าทันเทคโนโลยีและการสื่อสารกันภายในครอบครัวถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงในยุคดิจิทัลได้


