ลูกสาวร้อง รพ.ยะลาเรียกมัดจำ 3 หมื่นก่อนผ่าตัดแม่วิกฤต เตรียมยื่น สสจ. ตรวจสอบ

เหตุการณ์ความเดือดร้อนของครอบครัวผู้ป่วยรายหนึ่งในจังหวัดยะลา กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อลูกสาวของผู้ป่วยวิกฤตโรคเส้นเลือดแดงใหญ่ ได้ออกมาร้องเรียนว่า มารดาของตนถูกเรียกเก็บเงินค่ามัดจำล่วงหน้าเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าห้องผ่าตัดเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลระบุว่าหากไม่มีเงินก้อนดังกล่าวจะไม่สามารถดำเนินการผ่าตัดให้ได้
เร่งกู้เงินก้อนใหญ่เพื่อรักษาชีวิตแม่
ลูกสาวผู้ป่วยเปิดเผยด้วยความสะเทือนใจว่า ในขณะนั้นครอบครัวรู้สึกมืดแปดด้าน เนื่องจากฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน ประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง มีรายได้รวมกันเพียงวันละ 200–300 บาท แต่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวถึง 7 ชีวิต เมื่อถูกเรียกเงินก้อนใหญ่ในเวลาที่กระชั้นชิด จึงต้องเร่งโทรศัพท์กู้ยืมเงินจากคนรู้จักจนครบ 30,000 บาท เพื่อนำมาวางมัดจำให้แม่ได้มีโอกาสรอดชีวิต
แพทย์แปลกใจเหตุใดต้องจ่ายเงิน
หลังจากที่ครอบครัวนำเงินมาวางมัดจำและได้รับใบเสร็จรับเงินเรียบร้อยแล้ว มารดาจึงได้เข้าห้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนั้นมีแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในห้องผ่าตัดได้เดินออกมาสอบถามญาติด้วยความแปลกใจว่า “น้องต้องจ่ายเงินด้วยหรือ” เมื่อญาติยืนยันว่าได้จ่ายไปตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง แพทย์ท่านดังกล่าวได้แสดงความเห็นใจต่อครอบครัวอย่างมาก ทั้งนี้ ครอบครัวเตรียมเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา (สสจ.ยะลา) ในวันอังคารที่จะถึงนี้
พบผู้ป่วยรายอื่นโดนเรียกเก็บเช่นกัน
ลูกสาวผู้ป่วยยังระบุเพิ่มเติมว่า ในระหว่างที่นั่งเฝ้าอาการมารดาหน้าห้องผู้ป่วยวิกฤต ได้พูดคุยกับญาติผู้ป่วยรายอื่นและพบว่าหลายคนถูกเรียกเก็บเงินมัดจำในลักษณะเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นเงินมัดจำที่จะคืนให้หากใช้ไม่หมด แต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าค่าใช้จ่ายจริงคือเท่าใด และจะได้เงินคืนจริงหรือไม่
บุคลากรทางการแพทย์ชี้เป็นปัญหาผิดเงื่อนไข
ด้านบุคลากรทางการแพทย์ท่านหนึ่งที่ปฏิบัติงานในจังหวัดยะลา ได้สะท้อนปัญหาว่า ขณะนี้เริ่มมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ป่วยในระบบสิทธิบัตรทอง 30 บาทอย่างผิดเงื่อนไข ซึ่งปัญหาดังกล่าวขยายวงกว้างไปในหลายแผนก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดสมองหรือผ่าตัดเร่งด่วน มักถูกโรงพยาบาลเรียกเก็บเงินเพิ่มจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายเพื่อรักษาชีวิตตนเอง ซึ่งถือเป็นผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่


