สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากโจมตีโต้กลับ ทรัมป์ประกาศยุติข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอย่างหนักหน่วง ส่งสัญญาณเตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทำขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 อาจล้มเหลวและเสี่ยงต่อการปะทุของสงครามระลอกใหม่
ชนวนเหตุจากช่องแคบฮอร์มุซ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เข้าโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้กับประเทศโอมาน ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ โดยทางอิหร่านอ้างว่าเรือเหล่านั้นใช้เส้นทางเดินเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางความพยายามของอิหร่านในการจัดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมถาวรในพื้นที่ดังกล่าว
การตอบโต้ทางทหารของสหรัฐฯ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ทันที โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านไปแล้วกว่า 300 แห่ง รวมถึงเรือเล็กของ IRGC และพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเมืองบันดาร์อับบาส เมืองซีริก และเกาะเกชม์ เพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเส้นทางเดินเรือและพลเรือน
อิหร่านโต้กลับทั่วภูมิภาค
ทางด้านอิหร่านได้ประกาศตอบโต้อย่างดุเดือดด้วยการโจมตีฐานทัพและเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในหลายประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน จอร์แดน และกาตาร์ รวมถึงมีการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเหตุโจมตีในกาตาร์ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งทางการกาตาร์ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าอิหร่านต้องรับผิดชอบทางกฎหมายต่อการกระทำดังกล่าว
ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงท่าทีชัดเจนก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ที่ตุรกี โดยระบุว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ ‘สิ้นสุดลงแล้ว’ และเขาไม่มีความประสงค์ที่จะเจรจากับอิหร่านในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่ายังไม่คาดหวังว่าสถานการณ์จะบานปลายไปสู่ระดับ ‘สงครามเต็มรูปแบบ’ แม้สหรัฐฯ จะพร้อมโจมตีเพิ่มเติมเพื่อตอบโต้การกระทำของอิหร่านก็ตาม
