“ต๋อย ไตรภพ” แจงปมปรับองค์กร ยันยังไม่ปิดบริษัท เผยเหตุผลจำเป็นต้อง “ขึ้นฝั่ง” ก่อนขาดทุนยับ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกรณีเอกสารภายในบริษัทของพิธีกรชื่อดัง ต๋อย ไตรภพ ที่หลุดออกมาจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจชี้แจงถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าเอกสารที่เผยแพร่ออกไปนั้นไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้ปิดตัวลงแล้ว แต่เป็นการเตรียมการเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กร ซึ่งเดิมทีตนตั้งใจจะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ส่วนบุคคลที่นำเอกสารไปเผยแพร่นั้น ตนเชื่อว่าไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่อาจเกิดจากความไม่รอบคอบและต้องการนำเสนอข่าวให้รวดเร็วกว่าผู้อื่นเท่านั้น
เผยรายได้โฆษณายุคทองเทียบต้นทุนการผลิต
ต๋อย ไตรภพ ได้เปิดเผยถึงตัวเลขรายได้จากการขายโฆษณาในอดีตเพื่อให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่ารายการ Today Show เคยทำรายได้สูงสุดถึงนาทีละ 400,000 บาท ในขณะที่รายการ ครัวคุณต๋อย เคยทำรายได้อยู่ที่ประมาณนาทีละ 200,000 บาท ซึ่งหากสามารถขายเวลาโฆษณาได้ 3 นาทีครึ่ง จะมีรายได้เข้ามาประมาณ 700,000 บาท ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการบริหารจัดการงบประมาณการผลิตรายการที่ตกตอนละ 600,000–700,000 บาท
งบประมาณดังกล่าวถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ครอบคลุมการทำงานหลายส่วน ทั้งการเดินทางไปถ่ายทำรายการนอกสถานที่ในเซกเมนต์ “ไม่กินถือว่าผิด” การจัดกองถ่ายเพื่อนำเสนอสูตรอาหารจากผู้เชี่ยวชาญ และการบันทึกเทปในสตูดิโอขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้ทีมงานกว่า 50 ชีวิตในการขับเคลื่อนรายการให้มีคุณภาพ
เหตุผลที่ต้องตัดสินใจ “ขึ้นฝั่ง”
ในส่วนของสถานะทางการเงินปัจจุบัน ต๋อยยืนยันว่าบริษัทของตนยังคงไม่ขาดทุน แต่จากการประเมินสถานการณ์หากยังคงฝืนผลิตรายการทีวีดิจิทัลด้วยรูปแบบเดิมต่อไปในปีหน้า อาจส่งผลให้เกิดภาวะขาดทุนสูงถึง 50–60 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขคาดการณ์นี้เองที่เป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจปรับโครงสร้างองค์กรตั้งแต่ตอนนี้
สำหรับความผูกพันที่มีต่อแฟนรายการช่อง 3 พิธีกรชื่อดังย้ำว่ายังคงอยู่ตลอดไป พร้อมเปรียบเปรยการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเหมือนกับการนำเรือขึ้นฝั่งในวันที่ทะเลมีคลื่นลมแรง เพื่อไม่ให้ลูกน้องต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น “ตลอดไป ผมบอกแล้วผมแค่ขึ้นฝั่งตอนนี้เพราะคลื่นลมทะเลแรงมาก เดี๋ยวจะเอาลูกน้องไปตายซะเปล่า ๆ แต่ไม่ต้องห่วง เมื่อไหร่ถ้าคลื่นลมสงบผมลงทะเลอีกแน่นอน” ต๋อยกล่าวทิ้งท้ายถึงความพร้อมที่จะกลับมาทำงานหากสถานการณ์มีความเหมาะสม
