รัฐบาลยกระดับมาตรการ Zero Trust คุมเข้มสนามบินสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด

รัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการความปลอดภัยภายในสนามบินอย่างเข้มงวด เพื่อปิดช่องโหว่ขบวนการลักลอบขนยาเสพติด โดยนำแนวทาง Zero Trust มาบังคับใช้เพื่อตรวจสอบบุคคลและพื้นที่ควบคุมอย่างละเอียด พร้อมวางแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้น
มาตรการยกระดับความปลอดภัยสนามบิน
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันการใช้สนามบินเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการหลัก ดังนี้:
- เพิ่มความถี่ในการใช้สุนัข K9 ตรวจค้นเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก โดยเฉพาะในเส้นทางหรือช่วงเวลาที่ประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง
- ยกระดับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและสารเสพติดของพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงานในอาคารผู้โดยสาร อาคารสินค้า คลังสินค้า และพื้นที่ควบคุมอย่างเคร่งครัด
- บูรณาการความร่วมมือด้านการข่าวระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงยุติธรรม ตำรวจ ศุลกากร ป.ป.ส. และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ความเสี่ยงร่วมกันแทนการพึ่งพาด่านตรวจเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ในระยะต่อไปจะมีการพัฒนาระบบตรวจค้นและติดตามให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ด้วยการนำระบบ Biometrics มาใช้ การใช้ข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการเพิ่มทักษะให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นมีความเท่าทันต่อรูปแบบการลักลอบขนยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงไป
ติดตามผลการดำเนินงานระดับนโยบาย
ในวันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส. และกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าและกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งการสกัดกั้นตามแนวชายแดน การตัดวงจรเครือข่าย และการปิดช่องโหว่ในระบบคมนาคม
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงวันที่ 1 เมษายน - 10 มิถุนายน 2569 สามารถดำเนินการจับกุมคดียาเสพติดได้รวม 59,609 คดี ผู้ต้องหา 61,685 คน โดยยึดของกลางได้จำนวนมหาศาล ดังนี้:
- ยาบ้า: 272.79 ล้านเม็ด
- ไอซ์: 17,729.83 กิโลกรัม
- เฮโรอีน: 276.77 กิโลกรัม
- คีตามีน: 2,639.32 กิโลกรัม
การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มกำลัง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของยาเสพติดอีกต่อไป
