อ่านเกม ‘มิน อ่อง หล่าย’ เยือนไทย ทำไมเมียนมายังเป็นตลาดที่ไทยทิ้งไม่ได้

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์ในเมียนมามีความซับซ้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง การเดินทางเยือนประเทศไทยของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ดร.กริช ได้วิเคราะห์ถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่า ไทยและเมียนมามีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยเฉพาะพรมแดนที่ยาวถึง 2,400 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าชายแดน
ดร.กริช ชี้ให้เห็นว่า มูลค่าการค้าไทย-เมียนมาได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยสูงเกือบ 1 ล้านล้านบาทในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 200,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น โดยมีปัจจัยลบหลายประการ ทั้งความไม่สงบภายในประเทศ นโยบายเกณฑ์ทหาร และวิกฤตแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือการขาดแคลนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของเมียนมาที่ส่งผลให้ค่าเงินจ๊าดอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง นำไปสู่การบังคับใช้มาตรการควบคุมการนำเข้า (Earning Money Policy) ที่เข้มงวด
ความท้าทายของด่านการค้าและสินค้าส่งออก
เส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างด่านแม่สอด-เมียวดี ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปิดด่านชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับเงื่อนไขการขอ Import License ที่เป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัว สำหรับสินค้าส่งออกหลักของไทยที่ยังคงมีความต้องการในเมียนมา ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร, กาแฟ, นม, ครีมเทียม, วัตถุดิบอาหารสัตว์, โทรศัพท์มือถือ, นมถั่วเหลือง, เครื่องดื่มชูกำลัง, น้ำมันปาล์ม และน้ำมันดีเซล ในขณะที่ไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าทรัพยากรธรรมชาติจากเมียนมา เช่น ก๊าซธรรมชาติ, สินแร่, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, สินค้าประมง และเศษอลูมิเนียม
ยุทธศาสตร์ใหม่: จากผู้ขายสู่พันธมิตร
ดร.กริช เสนอแนะว่าไทยควรปรับยุทธศาสตร์จากการเป็นเพียงผู้ส่งออกสินค้า ไปสู่การเป็นพันธมิตรในห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้เมียนมามีบทบาทในการผลิตร่วมกับไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่าประเด็นมนุษยธรรม ปัญหาสแกมเมอร์ และการจัดการแรงงานนอกระบบ เป็นเรื่องที่ต้องหารือร่วมกันอย่างจริงจัง การเยือนไทยของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความไว้ใจและวางแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เพื่อรักษาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในฐานะเพื่อนบ้านที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้




